หมวกเซฟตี้ คืออะไร?
หมวกเซฟตี้ (Safety Helmet หรือ Hard Hat) คืออุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) สำหรับสวมใส่ระหว่างทำงานเพื่อป้องกันศีรษะจากอันตราย เช่น วัตถุตกจากที่สูง แรงกระแทก สะเก็ดไฟ ไฟฟ้าดูด และความร้อน หมวกเซฟตี้ ใช้กันแพร่หลายในโรงงาน งานก่อสร้าง งานติดตั้งไฟฟ้า และงานอุตสาหกรรมทุกประเภทที่มีความเสี่ยงต่อศีรษะ
สีของหมวกเซฟตี้ และความหมาย
สีหมวกเซฟตี้ในโรงงานและงานก่อสร้างมีความหมายแตกต่างกัน ใช้เพื่อระบุตำแหน่งหรือหน้าที่ของผู้สวมใส่ ทำให้บริหารจัดการหน้างานได้ปลอดภัยและรวดเร็ว
- สีขาว — วิศวกร ผู้จัดการโครงการ หัวหน้างาน
- สีเหลือง — คนงานทั่วไป ช่างก่อสร้าง คนคุมเครื่องจักร
- สีน้ำเงิน — ช่างเทคนิค ช่างไฟฟ้า ช่างซ่อมบำรุง
- สีแดง — พนักงานดับเพลิง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย จป.
- สีเขียว — เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัย พนักงานใหม่
- สีส้ม — ผู้เยี่ยมชม แขก คนงานชั่วคราว
- สีน้ำตาล — งานที่มีความร้อนสูง งานเชื่อม
การแบ่งสีอาจต่างกันในแต่ละองค์กร ควรตรวจสอบข้อกำหนดของโรงงานก่อนเลือกซื้อ Safety JK จำหน่ายหมวกเซฟตี้หลากสี พร้อมขอใบเสนอราคาสำหรับองค์กร
หมวกเซฟตี้ มาตรฐาน มอก. 368-2562
มอก. 368-2562 คือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสำหรับหมวกนิรภัยของไทย กำหนดคุณสมบัติเช่น ความสามารถในการรับแรงกระแทก การป้องกันวัตถุแทงทะลุ การป้องกันไฟฟ้า และความทนต่อความร้อน โรงงานและองค์กรควรเลือกหมวกที่ผ่านมาตรฐานนี้เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายความปลอดภัย
วิธีเลือกหมวกเซฟตี้ให้เหมาะกับงาน
- วัสดุตัวหมวก — ABS ทนแรงกระแทกดี น้ำหนักเบา / HDPE ทนสารเคมี / Polycarbonate ทนความร้อน
- ระบบสายรัด — สายยางยืดปรับหมุนกระชับ ไม่เจ็บศีรษะเมื่อสวมนาน
- สายรัดคาง — จำเป็นสำหรับงานบนที่สูง ป้องกันหมวกหลุด
- ช่องระบายอากาศ — ระบายเหงื่อ ไม่ร้อนอบ เหมาะกับสภาพอากาศไทย
- สี — ตามข้อกำหนดโรงงาน หรือสีสว่างเพื่อความมองเห็นในที่สลัว
ต้องการหมวกเซฟตี้พร้อมราคาส่งและใบเสนอราคาสำหรับองค์กร?
Safety JK จำหน่ายหมวกเซฟตี้ ABS สายยางยืดปรับหมุน หัวปรับหมุน มาตรฐาน มอก. สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม ช่างไฟฟ้า วิศวกร งานก่อสร้าง และงานอุตสาหกรรมทั่วไป — ขอใบเสนอราคา หรือทัก LINE Safety JK ตอบภายใน 15 นาทีในเวลาทำการ
หมวกเซฟตี้สีฟ้า
โดยปกติแล้ว สีของหมวกเซฟตี้ หรือหมวกนิรภัยจะมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่สอดคล้องกับประเภทของงาน เพื่อให้คนทั่วไปเข้าใจและเป็นที่สังเกตได้ง่าย เหมือนเช่นหมวกนิรภัยสีฟ้า ซึ่งเป็นสีที่เกี่ยวข้องกับน้ำ จึงเหมาะสำหรับการใช้ในงานประปา หรืองานซ่อมบำรุงที่เกี่ยวกับระบบน้ำต่าง ๆ
หมวกเซฟตี้สีส้ม
มักพบในพื้นที่การซ่อมบำรุงต่าง ๆ ผู้ที่สวมใส่จะทำหน้าที่ในการควบคุมเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่มีความสำคัญ และอาจส่งผลกระทบหลายส่วนหากเกิดอุบัติเหตุ เช่น เครน ปั้นจั่น ฯลฯ นอกจากการป้องกันอันตราย การสวมใส่หมวกเซฟตี้จะทำให้คนในไซต์งานมองหาผู้ควบคุมได้ง่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด เพราะสีหมวกแยกกับคนงานทั่วไปได้อย่างชัดเจน นอกจากนั้น เรายังพบเห็นการใส่หมวกนิรภัยสีส้มนี้ได้ทั่วไปในหน่วยงานจราจร
หมวกเซฟตี้สีน้ำเงิน
หมวกนิรภัย สีน้ำเงิน ถูกใช้กับงานซ่อมบำรุง หรืองานช่างชำนาญการ ประเภทงานไม้ หรืองานไฟฟ้า ตลอดไปจนถึงเจ้าหน้าที่ทางเทคนิคต่าง ๆ และหากใช้ร่วมกับงานไฟฟ้า ควรเลือกใช้หมวกเซฟตี้ที่มีประสิทธิภาพในการลดอันตรายจากการสัมผัสตัวนำกระแสไฟฟ้า และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาสัญลักษณ์ที่แสดงถึงมาตรฐานรับรองว่าได้ผ่านการทดสอบการต้านทานกระแสไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคนทำงานหมวกเซฟตี้สีขาว
หมวกเซฟตี้สีขาว เป็นอุปกรณ์ปกป้องความปลอดภัยของผู้ที่มีส่วนร่วมในพื้นที่ที่ปฏิบัติงาน แต่ไม่ได้เป็นผู้ทำงานโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการ หัวหน้าคนงาน วิศวกร และสถาปนิก ซึ่งเป็นบุคคลที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อความปลอดภัยของคนรอบข้าง และยังใช้หมวกสีขาวกับบุคคลภายนอก หรือแขกผู้เข้ามาเยี่ยมชมในไซต์งาน
หมวกเซฟตี้สีเหลือง
หมวกนิรภัยสีที่คนส่วนใหญ่พบเห็นมากที่สุด เพราะเป็นสีของคนทำงานโดยทั่วไปตามโรงงาน และไซต์งานต่าง ๆ ทั้งงานที่ใช้เครื่องจักร งานขุดเจาะ รวมถึงงานก่อสร้าง หากพบเห็นผู้ที่สวมใส่หมวกสีเหลือง เป็นสัญญาณว่าผู้สวมใส่กำลังปฏิบัติงาน และควรสัญจรด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากมีพื้นที่ขุดเจาะ ไซต์งานก่อสร้างอยู่ใกล้ ๆ บริเวณนั้น
หมวกเซฟตี้สีเขียว
สีเขียว เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความปลอดภัย เราจึงพบเห็นได้บ่อยตามโรงพยาบาล หรือสถานที่ปลอดเชื้อ หมวกนิรภัยสีเขียวจึงนำมาใช้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย (จป.) และหน่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อให้คนทั่วไปตามหาได้ง่าย เมื่อเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ นอกจากนี้ หมวกเซฟตี้สีเขียวยังถูกใช้ในงานด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
หมวกเซฟตี้สีแดง
ปิดท้ายที่หมวกเซฟตี้สีแดง ซึ่งเป็นสีตรงข้ามกับสีเขียว และเป็นสีที่สื่อความหมายถึงไฟและความร้อนตามหลักสากล งานที่ใช้หมวกนิรภัยสีแดง ซึ่งเป็นสีที่มองเห็นได้ง่ายในสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้แก่ เจ้าหน้าที่ดับเพลิง งานเชื่อม และงานที่ต้องเผชิญกับความร้อน (บางที่ใช้หมวกนิรภัยสีน้ำตาล)
ตรวจสอบความแข็งแรงของหมวกนิรภัย จาก Type และ Class H3
- TYPE 1 หมวกนิรภัยที่ผ่านการทดสอบแรงกระแทกกลางหมวกส่วนบน
- TYPE 2 หมวกนิรภัยที่ผ่านการทดสอบแรงกระแทกทั้งกลางหมวกส่วนบนและด้านข้างหมวก
- CLASS-G หมวกนิรภัยที่มีประสิทธิภาพในการลดอันตรายจากการสัมผัสตัวนำกระแสไฟฟ้าแรงดันต่ำ (LOW-VOLTAGE ELECTRICAL CONDUCTORS ) และผ่านการทดสอบการต้านทานกระแสไฟฟ้าที่ 2,200 โวลต์
- CLASS-E หมวกนิรภัยที่มีประสิทธิภาพในการลดอันตรายจากการสัมผัสตัวนำกระแสไฟฟ้าแรงดันสูง (HIGH-VOLTAGE ELECTRICAL CONDUCTORS) และผ่านการทดสอบการต้านทานกระแสไฟฟ้าที่ 20,000 โวลต์
- CLASS-C หมวกนิรภัยที่ไม่มีคุณสมบัติในการป้องกันอันตรายจากการสัมผัสตัวนำกระแสไฟฟ้า
