สำหรับ จป.วิชาชีพ ฝ่ายจัดซื้อ และโรงงานอุตสาหกรรม การเลือก “รองเท้าเซฟตี้” ไม่ใช่แค่เรื่องความสบาย แต่เกี่ยวข้องกับกฎหมายความปลอดภัย มาตรฐาน มอก. และมาตรฐานสากลอย่าง ANSI, EN ISO 20345 และ OSHA
รองเท้าเซฟตี้ที่ได้มาตรฐาน ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุในโรงงาน งานก่อสร้าง และงานอุตสาหกรรม พร้อมช่วยให้องค์กรผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในการทำงาน
บทความนี้ Safety JK จะสรุปมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ที่สำคัญ วิธีดูรองเท้าเซฟตี้ มอก. และแนวทางเลือกให้เหมาะกับประเภทงานแบบเข้าใจง่าย
3 มาตรฐาน มอก.523-2564 ของเท้าเซฟตี้ ที่ควรรู้ มีอะไรบ้าง ?
ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นายจ้างต้องจัดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ให้พนักงาน โดยรองเท้าเซฟตี้ที่ถูกต้องตามกฎหมายต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานดังนี้
- หัวรองเท้าต้องมีโครงเหล็ก: เพื่อรับแรงกระแทกจากวัตถุที่ตกใส่ (มาตรฐาน มอก. บังคับที่ 200 จูล)
- พื้นรองเท้าต้องกันลื่นและทนน้ำมัน: เพื่อป้องกันการลื่นไถลในพื้นที่ทำงาน
- พื้นรองเท้าต้องกันลื่นและทนน้ำมัน: เพื่อป้องกันการลื่นไถลในพื้นที่ทำงาน
ตารางเปรียบเทียบมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ (มอก. vs EN ISO)
ฝ่ายจัดซื้อหลายท่านอาจสับสนระหว่างมาตรฐานไทยและสากล ตารางนี้จะช่วยให้คุณเลือกซื้อได้แม่นยำขึ้นครับ
| คุณสมบัติ | มอก. 523-2564 (ไทย) | EN ISO 20345 (ยุโรป) | เหมาะกับงานประเภทใด |
| หัวเหล็ก 200 จูล | ✅ มีทุกรุ่น | SB (พื้นฐาน) | งานทั่วไปที่ไม่เสี่ยงมาก |
| กันไฟฟ้าสถิต + ส้นซับแรง | ✅ ประเภท 1 | S1 | งานอิเล็กทรอนิกส์, คลังสินค้า |
| เพิ่มคุณสมบัติกันน้ำซึม | ✅ ประเภท 2 | S2 | งานสารเคมี, งานที่มีความชื้น |
| ครบเครื่อง: กันน้ำ + กันทะลุ | ✅ ประเภท 3 | S3 | งานก่อสร้าง, งานเหล็ก, งานหนัก |

ANSI คืออะไร?
ANSI (American National Standards Institute) คือ มาตรฐานด้านความปลอดภัยจากสหรัฐอเมริกา ที่ใช้กำหนดคุณสมบัติของรองเท้าเซฟตี้ เช่น ความสามารถในการรองรับแรงกระแทก การป้องกันการเจาะทะลุ และความปลอดภัยในการใช้งานอุตสาหกรรม
- การทดสอบแรงกระแทก: ทดสอบหัวรองเท้า โดยการปล่อยตุ้มน้ำหนัก ตกใส่ เพื่อวัด แรงกระแทก ที่หัวรองเท้า สามารถรับได้
- การทดสอบแรงกด: ทดสอบหัวรองเท้า โดยการใช้แรงกด เพื่อวัด แรงกด ที่หัวรองเท้า สามารถรับได้
- การทดสอบการเจาะทะลุ: ทดสอบพื้นรองเท้า โดยการใช้ของมีคม แทง เพื่อวัด แรงต้านทาน การเจาะทะลุ ของพื้นรองเท้า
ประเภทของรองเท้าเซฟตี้ตาม ANSI (ASTM F2413)
- Type I: รองเท้าหุ้มส้น ป้องกัน Impact และ Compression
- Type II: รองเท้าหุ้มข้อ ป้องกัน Impact และ Compression
EN ISO 20345 คืออะไร?
EN ISO 20345 เป็นมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ของยุโรป ที่กำหนดให้รองเท้าต้องสามารถป้องกันแรงกระแทกบริเวณหัวรองเท้าได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงมีคุณสมบัติด้านการกันลื่น ป้องกันไฟฟ้าสถิต หรือกันน้ำในบางรุ่น
เป็นหนึ่งในมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในระดับสากล

- การทดสอบแรงกระแทก: คล้ายกับ ANSI
- การทดสอบแรงกด: คล้ายกับ ANSI
- การทดสอบการเจาะทะลุ: คล้ายกับ ANSI
การทดสอบคุณสมบัติ เพิ่มเติม: เช่น
- การป้องกันไฟฟ้าสถิต (A)
- การกันน้ำ (WR)
- การทนความร้อน (HI, CI)
- การกันลื่น (SRA, SRB, SRC)
ประเภทของรองเท้าเซฟตี้ตาม EN (EN ISO 20345)
- SB: รองเท้าพื้นฐาน ป้องกัน Impact และ Compression
- S1: SB + ป้องกันไฟฟ้าสถิต + ดูดซับพลังงานที่ส้นเท้า
- S2: S1 + กันน้ำ
- S3: S2 + ป้องกันการเจาะทะลุ + พื้นรองเท้า มีปุ่ม

มอก. 523-2564 คืออะไร?
มอก. 523-2564 คือมาตรฐานอุตสาหกรรมของประเทศไทย สำหรับรองเท้าเซฟตี้และรองเท้านิรภัย โดยกำหนดเรื่องความแข็งแรง การป้องกันแรงกระแทก การกันลื่น และคุณสมบัติด้านความปลอดภัยอื่น ๆ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในโรงงานและงานอุตสาหกรรม
การเลือกรองเท้าเซฟตี้ที่ผ่านมาตรฐาน มอก. ช่วยเพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัยในการทำงาน
- การทดสอบแรงกระแทก: คล้ายกับ ANSI และ EN
- การทดสอบแรงกด: คล้ายกับ ANSI และ EN
- การทดสอบการเจาะทะลุ: คล้ายกับ ANSI และ EN
- ข้อกำหนด เพิ่มเติม: เช่น วัสดุ การออกแบบ การติดฉลาก
ประเภทของรองเท้าเซฟตี้ตาม มอก.
- ประเภท I: รองเท้าหุ้มส้น
- ประเภท II: รองเท้าหุ้มข้อ
- ประเภท III: รองเท้าบูท
การเปรียบเทียบมาตรฐาน
- ANSI: เน้น Impact และ Compression เป็นหลัก
- EN: มีการทดสอบ ที่หลากหลาย ครอบคลุม คุณสมบัติ เพิ่มเติม
- มอก. คล้ายกับ ANSI และ EN แต่ มีข้อกำหนด เฉพาะ ของประเทศไทย
รองเท้าเซฟตี้คืออะไร และต่างจากรองเท้าธรรมดายังไง
OSHA คืออะไร?
OSHA (Occupational Safety and Health Administration) คือหน่วยงานด้านความปลอดภัยในการทำงานของสหรัฐอเมริกา ที่กำหนดแนวทางและข้อบังคับเกี่ยวกับความปลอดภัยในสถานประกอบการ รวมถึงการเลือกใช้อุปกรณ์ PPE เช่น รองเท้าเซฟตี้ หมวกนิรภัย และอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
หลายโรงงานและองค์กรใช้แนวทางของ OSHA เป็นมาตรฐานอ้างอิงในการเลือกอุปกรณ์ความปลอดภัย
| มาตรฐาน | ประเทศ | เหมาะกับงาน |
|---|---|---|
| ANSI | USA | งานอุตสาหกรรมหนัก |
| EN ISO 20345 | Europe | โรงงานทั่วไป |
| OSHA | USA | มาตรฐานด้านความปลอดภัย |
| มอก. 523-2564 | ไทย | โรงงานในประเทศไทย |
จุดที่ต้องเช็ค ก่อนตัดสินใจซื้อ
เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทของคุณจะได้ของแท้และถูกต้องตามกฎหมาย 100% ให้ใช้ Checklist นี้เช็คใบรับรองจากซัพพลายเออร์ครับ
- เลขมาตรฐานปัจจุบัน: ตรวจสอบว่าเป็น มอก. 523-2564 หรือ EN ISO 20345:2011/2022 หรือไม่
- ระบุผลการทดสอบที่ชัดเจน ต้องมีการระบุค่าแรงกระแทก (Impact Test) และแรงกด (Compression Test) อย่างน้อย 200 จูล
| ประเภทงาน | มาตรฐานแนะนำ |
|---|---|
| โรงงาน | มอก. / EN ISO |
| งานหนัก | ANSI |
| คลังสินค้า | มอก. |
| งานน้ำมัน | พื้นกันน้ำมัน |
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์ PPE ในโรงงาน
วิธีเลือกมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ให้เหมาะกับงาน
| ประเภทงาน | คุณสมบัติที่ควรมี |
|---|---|
| งานน้ำมัน | พื้นกันน้ำมัน |
| งานไฟฟ้า | ESD / กันไฟฟ้าสถิต |
| งานก่อสร้าง | หัวเหล็ก |
| คลังสินค้า | น้ำหนักเบา |
| โรงงานอาหาร | กันลื่น |
เข้าดูรองเท้าเซฟตี้ มาตรฐานมอก.523-2564 ได้ที่นี่
คำถามที่พบบ่อย FAQ
สรุป
การเลือกซื้อรองเท้าเซฟตี้ ที่ได้มาตรฐาน เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัย และ ประสิทธิภาพ ในการป้องกันอันตราย ควรเลือกมาตรฐาน ที่เหมาะสมกับ ลักษณะงาน และ สภาพแวดล้อม ในการทำงาน โดย EN เป็นมาตรฐาน ที่ได้รับการยอมรับ อย่างกว้างขวาง และ ครอบคลุม คุณสมบัติ ต่างๆ มากที่สุด
หากหน่วยงาน หรือโรงงานใด สนใจสั่งซื้อรองเท้าเซฟตี้ รองเท้านิรภัย สามารถติดต่อสอบถามทาง safety jk ก็ได้ เรายินดีให้บริการ
รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็ก มาตรฐาน มอก. สำหรับ โรงงานอุตสาหกรรม ผลิตตามมาตรฐาน EN ISO 20345 และ มีมาตรฐาน มอก. รับรองสำหรับ รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็ก แบบหนังแท้ และหนัง PU
เลือกรองเท้าเซฟตี้มาตรฐาน มอก. สำหรับโรงงาน งานก่อสร้าง และงานอุตสาหกรรม พร้อมคุณสมบัติกันลื่น กันน้ำมัน และรองรับการใช้งานจริงได้ที่ Safety JK

Safety JK ผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าเซฟตี้และอุปกรณ์ป้องกันในโรงงาน มีประสบการณ์ในการให้คำแนะนำลูกค้าองค์กร

