• จัดหา PPE ที่ได้มาตรฐานให้ลูกจ้าง และควบคุมให้ใช้งานจริง
• อบรมความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน เปลี่ยนงาน หรือเปลี่ยนเครื่องจักร
• ติดป้ายเตือนอันตรายและเครื่องหมายความปลอดภัยให้เหมาะกับงาน
• สวมใส่ PPE ตลอดเวลาทำงาน
• แจ้งอุปกรณ์ชำรุดหรือจุดเสี่ยง
อัปเดตกฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน 2569 นายจ้างและลูกจ้างต้องรู้อะไรบ้าง
ความปลอดภัยในการทำงาน ไม่ใช่แค่ “เรื่องของโรงงานใหญ่” อีกต่อไป เพราะปัจจุบันกฎหมายด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน มีความเข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ลดการสูญเสีย และสร้างมาตรฐานความปลอดภัยให้กับสถานประกอบการทุกประเภท
ล่าสุด กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ออกประกาศใหม่ พ.ศ. 2569 เรื่อง “ข้อความแสดงสิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง สัญลักษณ์เตือนอันตราย และเครื่องหมายเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน”
โดยมีผลบังคับใช้หลังพ้น 60 วัน นับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
บทความนี้ Safety JK จะสรุปสาระสำคัญแบบเข้าใจง่าย พร้อมอธิบายสิ่งที่นายจ้างและลูกจ้างควรรู้ เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง

กฎหมายใหม่ 2569 เกี่ยวกับอะไร
ประกาศฉบับนี้ เป็นการปรับปรุงจากประกาศเดิม พ.ศ. 2554 เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยสากล และสถานการณ์การทำงานในปัจจุบัน
เนื้อหาหลักครอบคลุมเรื่อง:
- สิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง
- การจัดหาและบังคับใช้ PPE
- การติดป้ายเตือนอันตราย
- เครื่องหมายด้านความปลอดภัย
- มาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยในการทำงาน

ข้อความครบ 15 ข้อ ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ส่วนที่ 1 ข้อ 3 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 110 ง ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2569) จัดหน้า A4 หน้าเดียว พร้อมช่องกรอกชื่อสถานประกอบกิจการ ปริ้นต์ติดบอร์ดได้ทันที
ดาวน์โหลดไฟล์ Word (.docx) ดาวน์โหลดไฟล์ PDF สอบถามเรื่อง PPE ให้พนักงาน ถอดข้อความจากราชกิจจานุเบกษาเพื่อความสะดวกในการติดประกาศ หากมีข้อความใดคลาดเคลื่อนให้ถือตามต้นฉบับเป็นสำคัญ — ดูประกาศฉบับราชกิจจานุเบกษา (PDF)นายจ้างต้องทำอะไรบ้าง ตามกฎหมายใหม่
1. จัดสถานที่ทำงานให้ปลอดภัย
นายจ้างต้องดูแลสถานประกอบการให้มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ และลดความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ
เช่น:
- พื้นไม่ลื่น
- ระบบไฟฟ้าปลอดภัย
- เครื่องจักรมีการป้องกัน
- ทางหนีไฟพร้อมใช้งาน
2. จัดหา PPE และ บังคับใช้จริง
กฎหมายระบุชัดว่า นายจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ที่ได้มาตรฐานให้ลูกจ้าง
ตัวอย่าง PPE:
- รองเท้าความปลอดภัย
- หมวกนิรภัย
- ถุงมือกันสารเคมี
- แว่นตานิรภัย
- หน้ากากป้องกันสารอันตราย
ที่สำคัญคือ ไม่ใช่แค่ “แจก” แต่ต้องมีการควบคุมให้ใช้งานจริง หากลูกจ้างไม่สวมใส่ นายจ้างมีสิทธิให้หยุดการทำงานได้
3. อบรมด้านความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน
ก่อนเริ่มงาน เปลี่ยนงาน หรือเปลี่ยนเครื่องจักร นายจ้างต้องจัดอบรมด้านความปลอดภัยให้ลูกจ้างทุกครั้ง
เพื่อลดความเสี่ยงจาก:
- การใช้อุปกรณ์ผิดวิธี
- การไม่เข้าใจอันตรายของหน้างาน
- การใช้ PPE ไม่ถูกต้อง
4. แจ้งอันตรายและติดป้ายเตือน
สถานประกอบการต้องติดป้ายเตือนอันตราย และเครื่องหมายด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับลักษณะงาน
โดยกฎหมายอ้างอิงมาตรฐานสากล เช่น:
- ISO
- ANSI
- JIS
- OSHA
- EN
ลูกจ้างต้องทำอะไรบ้าง
กฎหมายไม่ได้กำหนดหน้าที่เฉพาะนายจ้างเท่านั้น แต่ลูกจ้างเองก็มีหน้าที่ด้านความปลอดภัยเช่นกัน
หน้าที่สำคัญของลูกจ้าง
- ปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย
- สวมใส่ PPE ตลอดเวลาทำงาน
- แจ้งอุปกรณ์ชำรุดหรือจุดเสี่ยง
- ให้ความร่วมมือกับองค์กรด้านความปลอดภัย
สิทธิพื้นฐานที่ลูกจ้างควรได้รับ (สรุปตามประกาศ 2569)
นอกจากหน้าที่ ลูกจ้างยังมีสิทธิพื้นฐานที่นายจ้างต้องดูแล เพื่อให้การทำงานปลอดภัยและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
- สิทธิในการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
- สิทธิในการได้รับอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) ที่เหมาะสม
- สิทธิในการได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการทำงาน
- สิทธิในการแจ้งหรือรายงานอันตรายในพื้นที่ทำงาน
- สิทธิในการได้รับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย
สิทธิสำคัญของลูกจ้าง ที่หลายคนยังไม่รู้
หนึ่งในประเด็นสำคัญของประกาศฉบับใหม่ คือ “สิทธิในการหยุดทำงาน” หากพบว่าสถานการณ์มีอันตรายร้ายแรง
ลูกจ้างสามารถ:
- หยุดทำงาน
- ออกจากพื้นที่อันตราย
- แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยยังได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

ทำไม PPE ถึงสำคัญกับโรงงานและงานอุตสาหกรรม
แม้จะมีกฎหมายควบคุม แต่สาเหตุหลักของอุบัติเหตุในโรงงานจำนวนมาก ยังคงเกิดจาก:
- ไม่สวม PPE
- ใช้อุปกรณ์ผิดประเภท
- ใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน
โดยเฉพาะ “รองเท้าเซฟตี้” ที่ช่วยลดความเสี่ยงจาก:
- พื้นลื่น
- น้ำมัน
- ของตกใส่
- การเหยียบของมีคม
- งานอุตสาหกรรมหนัก
รองเท้าเซฟตี้ที่ดี ควรมีอะไรบ้าง
สำหรับงานโรงงานและงานอุตสาหกรรม ควรเลือกรองเท้าเซฟตี้ที่มีคุณสมบัติ เช่น
- พื้นกันลื่น
- กันน้ำมัน
- ป้องกันแรงกระแทก
- พื้นเสริมกันเจาะ
- สวมใส่สบาย
- ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม
Safety JK เป็นแบรนด์รองเท้าเซฟตี้มาตรฐาน มอก. หัวเหล็ก หนังแท้ ที่ลูกค้าหลายองค์กรเลือกใช้ ออกแบบมาเพื่อหน้างานจริง เน้นทั้งความปลอดภัย ความทนทาน และความสบายในการใช้งาน เหมาะสำหรับโรงงาน คลังสินค้า และงานอุตสาหกรรม
สำหรับผู้ที่ต้องการรองเท้าที่ผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรม สามารถเลือกดู รองเท้าเซฟตี้ มอก. ที่ผ่านมาตรฐาน มอก. 523-2564 ได้ที่นี่
ตารางประเภทงาน กับ PPE ที่ควรจัดหา
การเลือก PPE ควรพิจารณาตามประเภทงานและความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ ตารางด้านล่างช่วยให้นายจ้างและ HR จัดหาอุปกรณ์ให้ตรงกับหน้างานได้ง่ายขึ้น
| ประเภทงาน | PPE ที่ควรใช้ |
|---|---|
| งานก่อสร้าง | หมวกนิรภัย, รองเท้าหัวเหล็ก, ถุงมือกันบาด |
| งานคลังสินค้า | รองเท้ากันลื่น, ถุงมือ, เสื้อสะท้อนแสง |
| งานโรงงานทั่วไป | รองเท้าเซฟตี้ มอก., PPE พื้นฐาน |
| งานไฟฟ้า | อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า, รองเท้ากันไฟฟ้าสถิต |
| งานอิเล็กทรอนิกส์ | รองเท้า ESD, อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าสถิต |
Safety JK มีรองเท้าครบทุกประเภทงาน เลือกซื้อได้ตามลักษณะงาน:
- โรงงานทั่วไป/อุตสาหกรรม: รองเท้าเซฟตี้ทุกรุ่น Safety JK
- มาตรฐาน มอก. 523-2564: รองเท้าเซฟตี้ มอก.
- โรงงานอิเล็กทรอนิกส์/ESD: รองเท้า ESD SJK-2701
- ต้องการสั่งซื้อจำนวนมากสำหรับองค์กร: ขอใบเสนอราคาสำหรับจัดซื้อจำนวนมาก
สรุปกฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน 2569
สรุปสั้น ๆ คือ:
- นายจ้างต้อง “จัดให้ปลอดภัย”
- ลูกจ้างต้อง “ปฏิบัติตาม”
- ทุกคนมีสิทธิหยุดงาน เมื่อพบอันตรายร้ายแรง
ความปลอดภัยในการทำงาน ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกวัน และหลายครั้ง “ป้องกันได้” หากมีการจัดการที่ถูกต้อง
แหล่งอ้างอิงข้อมูล
- ราชกิจจานุเบกษา
https://ratchakitcha.soc.go.th/ - กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
https://www.labour.go.th/ - พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554
https://osh.labour.go.th/
ช่องทางสั่งซื้อรองเท้าเซฟตี้ Safety JK
Shopee: https://s.shopee.co.th/1LcCWJuhnF
TikTok: https://www.tiktok.com/@safetyjk/
Website: รองเท้าเซฟตี้ทุกรุ่น Safety JK
สำหรับลูกค้าองค์กร หรือสั่งซื้อจำนวนมาก สามารถขอใบเสนอราคาสำหรับจัดซื้อจำนวนมากได้โดยตรง
คำถามที่พบบ่อย FAQ ?
ดูรายการสำหรับหน้างานเพิ่มเติมได้ที่ อุปกรณ์ PPE สำหรับโรงงาน
สิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้างตามกฎหมายความปลอดภัย 2569
สิทธิหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้างในด้านความปลอดภัยแรงงาน ถูกกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 และประกาศกระทรวงแรงงาน ปี 2569 ที่นายจ้างและลูกจ้างทุกคนต้องเข้าใจร่วมกัน
หน้าที่ของนายจ้างที่ดี ตามกฎหมายความปลอดภัย
- จัดหา PPE ให้ลูกจ้างฟรี — รวมถึงรองเท้าเซฟตี้ มอก. หมวกนิรภัย ถุงมือ ตามความเสี่ยงของงาน
- ฝึกอบรมความปลอดภัย — ให้ลูกจ้างเข้าใจวิธีสวมใส่และใช้อุปกรณ์ PPE อย่างถูกต้อง
- จัดสภาพแวดล้อมทำงานปลอดภัย — ตรวจสอบเครื่องจักร ระบบไฟ ระบบระบายอากาศ
- ตรวจสุขภาพลูกจ้าง — ประจำปีตามลักษณะงาน
- รายงานอุบัติเหตุ — แจ้งกระทรวงแรงงานภายใน 3 วันเมื่อมีเหตุร้ายแรง
- จัดตั้ง จป. — เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในสถานประกอบการที่มีคนงาน ≥ 20 คน
- รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล — เมื่อลูกจ้างบาดเจ็บจากการทำงาน
สิทธิและหน้าที่ของลูกจ้าง
- สวมใส่ PPE ที่นายจ้างจัดให้ — รองเท้าเซฟตี้ หมวกนิรภัย ระหว่างทำงาน
- ปฏิบัติตามข้อบังคับความปลอดภัย — ทั้งของนายจ้างและกฎหมาย
- รายงานอันตราย — เมื่อพบสภาพไม่ปลอดภัยในที่ทำงาน
- ปฏิเสธการทำงานที่อันตราย — โดยไม่ต้องกลัวถูกไล่ออก หากมีเหตุอันตรายชัดเจน
- ได้รับการฝึกอบรม — ก่อนเริ่มทำงานและเมื่อมีการเปลี่ยนงาน
ถ้าไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ มีบทลงโทษอะไร?
นายจ้างที่ไม่จัดหา PPE ที่เหมาะสม (เช่น รองเท้าเซฟตี้ มอก. 523-2564) ให้ลูกจ้าง อาจถูกปรับตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย มาตรา 63 โทษปรับสูงสุดถึง 400,000 บาท และหากเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ นายจ้างต้องรับผิดชอบทั้งค่ารักษาและค่าทดแทน
ต้องการรองเท้าเซฟตี้และ PPE สำหรับพนักงานพร้อมใบเสนอราคาสำหรับองค์กรและใบกำกับภาษี? ทัก LINE Safety JK ตอบภายใน 15 นาที หรือกรอกฟอร์มขอใบเสนอราคา

Safety JK ผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าเซฟตี้และอุปกรณ์ป้องกันในโรงงาน มีประสบการณ์ในการให้คำแนะนำลูกค้าองค์กร
อ่านต่อในหมวด กฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน
ค้นหารองเท้าเซฟตี้และอุปกรณ์ PPE สำหรับโรงงานและองค์กร
เลือกหมวดที่ตรงกับหน้างานของคุณ พร้อมราคาส่งและใบเสนอราคาสำหรับบริษัท
✓ ตอบใน 15 นาที✓ ใบเสนอราคา✓ ใบกำกับภาษี✓ จัดส่งทั่วประเทศ
เขียนโดย: ทีมงาน Safety JK — ผู้จำหน่ายรองเท้าเซฟตี้และอุปกรณ์ PPE สำหรับโรงงานและองค์กรตั้งแต่ปี 2567 (2024)
อ้างอิงมาตรฐาน: มอก. 523-2564 (รองเท้านิรภัย), EN ISO 20345 (Personal Protective Equipment), EN 61340-5-1 (ESD)

