รองเท้า ESD คืออะไร?
รองเท้า ESD (Electrostatic Discharge Shoes) คือรองเท้าเซฟตี้กันไฟฟ้าสถิตที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมและระบายประจุไฟฟ้าสถิตออกจากร่างกายผู้สวมใส่ ป้องกันไม่ให้สะสมเป็นแรงดันสูงจนคายประจุ (spark) ทำลายชิ้นงานอิเล็กทรอนิกส์ พบมากในโรงงาน SMT, PCB, Semiconductor, Electronics Assembly และห้อง Clean Room
ค่าความต้านทานพื้นรองเท้า ESD ต้องอยู่ระหว่าง 10⁵ ถึง 10⁸ โอห์ม เพื่อให้ระบายประจุได้พอเหมาะ ไม่ต่ำเกินไปจนช็อต ไม่สูงเกินไปจนไม่ระบาย ต่างจากรองเท้าเซฟตี้ทั่วไปที่ไม่ได้ควบคุมค่าไฟฟ้าสถิต หากต้องเลือกรองเท้า ESDสำหรับโรงงาน ควรตรวจสอบมาตรฐาน EN 61340-5-1 หรือ IEC 61340 ที่ระบุค่าการคายประจุ และเลือกรุ่นที่มีหัวนิรภัยตามลักษณะงาน
Safety JK แนะนำ รองเท้าเซฟตี้ ESD รุ่น SJK-2701 สำหรับโรงงานอิเล็กทรอนิกส์และห้อง Clean Room หัวเหล็ก 200J พร้อมสอบถามข้อมูลและขอใบเสนอราคาสำหรับองค์กร
ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้าสถิต (Static Electricity) เป็นปัญหาที่หลายคนมองไม่เห็น แต่สามารถสร้างความเสียหายต่อสินค้าและกระบวนการผลิตได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะโรงงานที่เกี่ยวข้องกับ PCB, SMT, Semiconductor และ Electronics Assembly
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่องค์กรจำนวนมากเลือกใช้ รองเท้าเซฟตี้ ESD หรือ รองเท้ากันไฟฟ้าสถิต เพื่อควบคุมการสะสมและการคายประจุไฟฟ้าสถิตในพื้นที่ปฏิบัติงาน
แต่คำถามสำคัญคือ
- รองเท้าเซฟตี้กันไฟฟ้าสถิตต้องมีมาตรฐานอะไร?
- รองเท้าเซฟตี้ ESD ต่างจากรองเท้าเซฟตี้ทั่วไปอย่างไร?
- มาตรฐาน มอก.523-2564 เกี่ยวข้องกับรองเท้า ESD หรือไม่?
บทความนี้ Safety jk จะช่วยให้คุณเข้าใจมาตรฐานรองเท้า ESD และแนวทางเลือกใช้งานได้อย่างถูกต้อง

สรุปสั้น ๆ สำหรับรองเท้าเซฟตี้ ESD
รองเท้าเซฟตี้ ESD (Electrostatic Discharge Safety Shoes) คือ รองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อช่วยควบคุมและระบายประจุไฟฟ้าสถิตจากร่างกายลงสู่พื้นอย่างเหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
สำหรับโรงงาน SMT, PCB, Semiconductor และ Electronics Assembly การเลือกรองเท้า ESD ที่ได้มาตรฐานถือเป็นส่วนสำคัญของระบบควบคุมไฟฟ้าสถิต (ESD Control Program)
ทำไมมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ ESD จึงสำคัญ
หลายคนคิดว่าไฟฟ้าสถิตเป็นเพียงประกายไฟเล็ก ๆ ที่ไม่ส่งผลต่อการทำงาน
แต่ในความเป็นจริง ประจุไฟฟ้าสถิตเพียงเล็กน้อยอาจสร้างความเสียหายต่อ
- IC
- PCB
- Semiconductor
- Microchip
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ความละเอียดสูง
ได้โดยที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า
ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจส่งผลให้
- สินค้าไม่ผ่าน QC
- เพิ่มอัตราของเสีย
- เพิ่มต้นทุนการผลิต
- ลดความน่าเชื่อถือของสินค้า
ดังนั้นรองเท้าเซฟตี้ ESD จึงไม่ได้เป็นเพียงรองเท้านิรภัยทั่วไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบควบคุมคุณภาพในโรงงาน
รองเท้า ESD คืออะไร
รองเท้าเซฟตี้ ESD คือ รองเท้าที่ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมการคายประจุไฟฟ้าสถิตจากร่างกายไปยังพื้นอย่างปลอดภัย
เป้าหมายหลักคือ
- ลดการสะสมประจุไฟฟ้าสถิต
- ป้องกันความเสียหายของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- ลดความเสี่ยงในพื้นที่ ESD Protected Area (EPA)
หากคุณต้องการศึกษาพื้นฐานเพิ่มเติม สามารถอ่านบทความ
รองเท้าเซฟตี้ ESD คืออะไร
เพื่อทำความเข้าใจหลักการทำงานและการใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม
มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ ESD มีอะไรบ้าง
รองเท้าเซฟตี้ ESD ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมมักอ้างอิงมาตรฐานด้านการควบคุมไฟฟ้าสถิต เพื่อให้สามารถควบคุมค่าความต้านทานไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม
วัตถุประสงค์ของมาตรฐานเหล่านี้ คือ
- ลดความเสี่ยงจาก ESD
- ควบคุมการคายประจุไฟฟ้าสถิต
- ป้องกันความเสียหายต่อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
- เพิ่มความสม่ำเสมอในการควบคุมคุณภาพ
ก่อนเลือกซื้อรองเท้าเซฟตี้กันไฟฟ้าสถิต ควรตรวจสอบข้อมูลมาตรฐานจากผู้ผลิตทุกครั้ง
รองเท้าเซฟตี้ ESD กับ Anti Static ต่างกันอย่างไร
หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ
ESD กับ Anti Static เหมือนกันหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่เหมือนกัน
แม้ทั้งสองจะเกี่ยวข้องกับไฟฟ้าสถิตเหมือนกัน แต่มีวัตถุประสงค์การใช้งานแตกต่างกัน
Anti Static
ช่วยลดการสะสมประจุไฟฟ้าสถิต
ESD
ช่วยควบคุมและระบายประจุไฟฟ้าสถิตอย่างเหมาะสม
ดังนั้นในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่จึงนิยมเลือกใช้รองเท้า ESD มากกว่า
อ่านเพิ่มเติมได้ที่
ESD กับ Anti Static ต่างกันอย่างไร
รองเท้าเซฟตี้ESD ต่างจากรองเท้าเซฟตี้ทั่วไปอย่างไร
รองเท้าเซฟตี้ทั่วไปถูกออกแบบมาเพื่อป้องกัน
- แรงกระแทก
- วัตถุตกใส่
- การลื่นล้ม
- อันตรายจากสภาพแวดล้อมการทำงาน
แต่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมไฟฟ้าสถิตโดยเฉพาะ
ในขณะที่รองเท้าเซฟตี้ ESD มีคุณสมบัติเพิ่มเติมด้านการควบคุมประจุไฟฟ้าสถิต
หากต้องการเปรียบเทียบแบบละเอียด สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่
รองเท้าเซฟตี้ ESD กับรองเท้าเซฟตี้ทั่วไป ต่างกันอย่างไร

มาตรฐาน มอก.523-2564 เกี่ยวข้องกับรองเท้า ESD หรือไม่
นอกจากมาตรฐานด้านไฟฟ้าสถิตแล้ว รองเท้าเซฟตี้ยังควรผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยพื้นฐานด้วย
ในประเทศไทย มาตรฐานที่สำคัญคือ
มอก.523-2564
ซึ่งเป็นมาตรฐานที่กำหนดข้อกำหนดด้านรองเท้านิรภัยสำหรับงานอุตสาหกรรม
ผู้ที่ต้องการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกำหนดและการเลือกใช้งาน สามารถอ่านต่อได้ที่
มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ มอก.523-2564
โรงงานประเภทใดควรใช้รองเท้าเซฟตี้ ESD
ตารางด้านล่างช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
| ประเภทโรงงาน | แนะนำรองเท้า ESD |
|---|---|
| SMT | ✓ |
| PCB | ✓ |
| Semiconductor | ✓ |
| Electronics Assembly | ✓ |
| Medical Device | ✓ |
| ห้อง Clean Room บางประเภท | ✓ |
| โรงงานทั่วไป | พิจารณาตามความเสี่ยง |
หากมีการทำงานร่วมกับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์โดยตรง การใช้รองเท้าเซฟตี้ ESD ถือเป็นแนวทางที่เหมาะสม
วิธีเลือกรองเท้าเซฟตี้ ESD
ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ ควรพิจารณา
1. มาตรฐานการผลิต
ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับการควบคุมไฟฟ้าสถิต
2. ความสบายในการสวมใส่
พนักงานหลายคนต้องสวมใส่รองเท้าวันละ 8-12 ชั่วโมง
3. น้ำหนักรองเท้า
รองเท้าที่มีน้ำหนักเบาช่วยลดความเมื่อยล้าได้
4. ความเหมาะสมกับอุตสาหกรรม
เลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานจริง
แนะนำรองเท้าเซฟตี้ ESD สำหรับโรงงานอิเล็กทรอนิกส์
หากคุณกำลังมองหา
- รองเท้ากันไฟฟ้าสถิต
- รองเท้าเซฟตี้ ESD
- ESD Safety Shoes
สำหรับใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม
Safety JK รุ่น JK2701 ESD
จุดเด่น
- ออกแบบสำหรับงานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
- ช่วยควบคุมไฟฟ้าสถิต
- น้ำหนักเบา
- สวมใส่สบาย
- เหมาะสำหรับ SMT และ PCB
- เหมาะกับการใช้งานตลอดวัน
ดูรายละเอียดสินค้าได้ที่ : รองเท้าเซฟตี้ESD รุ่น SJK-2701
เลือกรองเท้าเซฟตี้ ESD สำหรับโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ ต้องดูอะไรบ้าง
สำหรับโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ SMT PCB Semiconductor และสายการผลิตที่มีเขต ESD Control การเลือกซื้อรองเท้า ESD ไม่ควรดูแค่คำว่า “ESD” บนกล่อง แต่ต้องตรงกับความเสี่ยงจริงของหน้างาน 4 ข้อนี้คือสิ่งที่ควรเช็ก:
1. ต้องมีคุณสมบัติ ESD จริง (ไม่ใช่แค่ Anti-static ทั่วไป)
ดูค่า Electrical Resistance ของรองเท้า — ESD footwear ต้องอยู่ในช่วง 10⁵–10⁹ โอห์ม เพื่อระบายประจุลงพื้นอย่างควบคุมได้ (แตกต่างจาก Anti-static ที่ค่าสูงกว่าและระบายช้า)
2. ดูความเสี่ยงต่อเท้าควบคู่กับ ESD
ถ้าพนักงานยังต้องเดินใกล้เครื่องจักร ของหนัก หรือชิ้นส่วนแหลม ควรเลือกรุ่นที่ทั้ง ESD และมี หัวเหล็ก/คอมโพสิต 200J + พื้นกันเจาะ ไม่ใช่รองเท้า ESD ผ้าใบธรรมดา
3. พื้นโรงงานมีน้ำมันหรือเสี่ยงลื่นหรือไม่
โรงงานอิเล็กทรอนิกส์บางส่วน (เช่น ส่วน assembly หรือใกล้เครื่อง reflow) อาจมีของเหลว ควรเลือกพื้นกันลื่น + กันน้ำมันที่ทดสอบผ่านเกณฑ์ SRA/SRB
4. ต้องใส่หลายชั่วโมงหรือไม่
ถ้ากะงาน 8-12 ชั่วโมง เลือกน้ำหนักเบา ระบายอากาศดี พื้น PU/EVA เพื่อลดอาการเมื่อยและปวดเท้าปลายกะ
ฝ่ายจัดซื้อควรเช็กอะไร ก่อนสั่งรองเท้าเซฟตี้ ESD จำนวนมาก
สำหรับ HR หรือฝ่ายจัดซื้อองค์กรที่ต้องซื้อรองเท้า ESD จำนวนมากให้พนักงานทั้งไลน์ ควรเช็ก 5 จุดนี้ก่อนสั่ง:
- ใบรับรอง ESD test report ของ Lot สินค้า (ค่า resistance ตามมาตรฐาน)
- มาตรฐานความปลอดภัยเพิ่มเติม (มอก. 523-2564 / EN ISO 20345 SB/S1/S3)
- สต๊อกและระยะเวลาส่งมอบ (โดยเฉพาะไซส์นอกช่วง 40-44)
- เงื่อนไขเปลี่ยน/เคลม กรณีขนาดไม่พอดี หรือ ESD test failed
- ราคาส่ง/ราคาโรงงาน กรณีสั่งเกินขั้นต่ำ
Safety JK มีรุ่น SJK-2701 ESD พร้อมส่ง มี ESD test report ระบุค่า resistance ทุก Lot สามารถ ขอใบเสนอราคาสำหรับจัดซื้อจำนวนมาก เพื่อให้ทีม Safety JK คำนวณราคาตามจำนวน ไซส์ และเงื่อนไขการส่งมอบให้ได้
คำถามที่พบบ่อย
ไม่จำเป็น แต่หากเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือพื้นที่ควบคุม ESD ควรใช้งาน
ใช่ โดยในประเทศไทยมักเรียกว่ารองเท้ากันไฟฟ้าสถิตหรือรองเท้าเซฟตี้กันไฟฟ้าสถิต
ไม่ควร หากพื้นที่ทำงานมีข้อกำหนดด้าน ESD
โดยทั่วไปถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบควบคุมไฟฟ้าสถิตของโรงงาน SMT
สรุป
มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ ESD เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องการควบคุมไฟฟ้าสถิตอย่างมีประสิทธิภาพ
การเลือกรองเท้าที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยปกป้องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และลดของเสียจากการผลิต แต่ยังช่วยยกระดับมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยขององค์กรอีกด้วย
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารองเท้ากันไฟฟ้าสถิตสำหรับโรงงาน SMT, PCB หรือ Electronics Assembly รองเท้าเซฟตี้ ESD รุ่น JK2701 จาก Safety JK เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ

Safety JK ผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าเซฟตี้และอุปกรณ์ป้องกันในโรงงาน มีประสบการณ์ในการให้คำแนะนำลูกค้าองค์กร
อ่านต่อในหมวด รองเท้าเซฟตี้เฉพาะทาง
ค้นหารองเท้าเซฟตี้และอุปกรณ์ PPE สำหรับโรงงานและองค์กร
เลือกหมวดที่ตรงกับหน้างานของคุณ พร้อมราคาส่งและใบเสนอราคาสำหรับบริษัท
✓ ตอบใน 15 นาที✓ ใบเสนอราคา✓ ใบกำกับภาษี✓ จัดส่งทั่วประเทศ
เขียนโดย: ทีมงาน Safety JK — ผู้จำหน่ายรองเท้าเซฟตี้และอุปกรณ์ PPE สำหรับโรงงานและองค์กรตั้งแต่ปี 2567 (2024)
อ้างอิงมาตรฐาน: มอก. 523-2564 (รองเท้านิรภัย), EN ISO 20345 (Personal Protective Equipment), EN 61340-5-1 (ESD)

