ในฐานะ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพ จป.วิชาชีพ หรือ ฝ่ายจัดซื้อขององค์กร ภารกิจสำคัญไม่ใช่แค่การจัดหาอุปกรณ์ PPE เท่านั้น แต่คือการมั่นใจว่าอุปกรณ์นั้น ปกป้องได้จริง ตามที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะในปี 2026 ที่ข้อกำหนดด้าน มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ มีความเข้มงวดขึ้นทั้งในระดับ มอก. และมาตรฐานสากล
บทความนี้ SAFETY JK ขออาสาพาเหล่า จป. ไปถอดรหัสมาตรฐานใหม่ เพื่อให้คุณประเมินความเสี่ยงและเลือกซื้อรองเท้าเซฟตี้ได้อย่างมืออาชีพ ถูกระเบียบ 100% และคุ้มค่างบประมาณขององค์กรที่สุดครับ
1. ทำไมการอัปเดตมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ปี 2026 จึงสำคัญต่อองค์กร?
การละเลยมาตรฐานอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ไม่เพียงแต่ทำให้พนักงานเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง เช่น ของหนักหล่นทับเท้า หรือเหยียบของมีคม แต่ยังส่งผลให้องค์กรมีความผิดทางกฎหมายและต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่บานปลาย การอัปเดตความรู้ด้านมาตรฐานปี 2026 จึงเป็นการ “อุดรอยรั่ว” ทั้งด้านความปลอดภัยและกฎหมายให้กับบริษัทได้อย่างตรงจุด
2. สรุปข้อกฎหมายและมาตรฐาน มอก. 523-2564 ที่นายจ้างต้องรู้
หน้าที่ของนายจ้างตามกฎกระทรวง
อ้างอิงตาม กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล พ.ศ. 2564 ระบุชัดเจนว่า นายจ้างต้องจัดหา PPE (รวมถึงรองเท้าเซฟตี้) ที่เหมาะสมกับลักษณะงานให้แก่ลูกจ้าง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
มาตรฐานสากลที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานยอมรับ
รองเท้าเซฟตี้ที่ใช้ในโรงงานหรือไซต์งานก่อสร้าง จะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้:
- มอก. 523-2564: มาตรฐานอุตสาหกรรมไทยล่าสุดที่สอดคล้องกับมาตรฐานยุโรป
- EN ISO 20345: มาตรฐานฝั่งยุโรป (อัปเดตเกณฑ์ทดสอบล่าสุด)
- ASTM F2413: มาตรฐานจากสหรัฐอเมริกา
3. ถอดรหัสมาตรฐานใหม่ EN ISO 20345:2022/2024
จป. ต้องระวังให้ดีครับ ปัจจุบันการเรียกชื่อรหัสมาตรฐานมีการปรับเปลี่ยนและเพิ่มความละเอียดมากขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์ความปลอดภัยสูงสุด
การจัดระดับความปลอดภัยใหม่ (Safety Categories)
- SB (Safety Basic): มาตรฐานเริ่มต้น หัวเหล็กรับแรงกระแทกได้ 200 จูล
- S1P / S3: มีแผ่นกันทะลุที่พื้นรองเท้าแบบมาตรฐานเดิม
- S1PS / S3S: ระดับพื้นกันทะลุชนิดใหม่ (Non-metallic) ทดสอบด้วยตะปูขนาดเล็ก 3 มม. (เหมาะกับงานที่มีเศษโลหะชิ้นเล็ก)
- S1PL / S3L: ระดับพื้นกันทะลุชนิดใหม่ ทดสอบด้วยตะปูขนาด 4.5 มม.
- S7: มาตรฐานสูงสุดใหม่ล่าสุด ที่เพิ่มคุณสมบัติการกันน้ำ 100% (Water Resistant)
สัญลักษณ์ใหม่บนรองเท้าเซฟตี้ที่ จป. ต้องสังเกต
- SR (Slip Resistance): มาตรฐานกันลื่นใหม่ที่ยกเลิก SRA, SRB, SRC ไปแล้ว โดยรหัส SR หมายถึงการผ่านการทดสอบขั้นสูงสุดบนพื้นเซรามิกที่มีสารหล่อลื่น
- LG (Ladder Grip): คุณสมบัติพิเศษบริเวณส้นเท้า ออกแบบมาเพื่อยึดเกาะขั้นบันไดลิง ลดอุบัติเหตุการลื่นตก
- WPA (Water Penetration & Absorption): การทนทานต่อการซึมผ่านของน้ำที่อัปเปอร์รองเท้า (แทนที่รหัส WRU เดิม)
4. Checklist การประเมินความเสี่ยง เพื่อเลือกรองเท้าเซฟตี้ให้ตรงจุด
เพื่อให้การจัดซื้อ รองเท้าเซฟตี้ เกิดประโยชน์สูงสุด จป. ควรประเมินจากลักษณะงานจริง ดังตารางนี้ครับ:
| ลักษณะงาน / อุตสาหกรรม | ความเสี่ยงหลักที่พบ | มาตรฐาน / คุณสมบัติที่แนะนำ |
| งานก่อสร้าง / งานเหล็ก | ของหนักตกใส่, เหยียบตะปู | S3, S3S (หัวเหล็ก + พื้นกันทะลุ + กันลื่น SR) |
| งานไฟฟ้า / ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ | ไฟฟ้าสถิตทำลายชิ้นงาน | มาตรฐาน ESD หรือสัญลักษณ์ C / A |
| งานคลังสินค้า / โลจิสติกส์ | เมื่อยล้าจากการเดิน, การกระแทก | น้ำหนักเบา, S1P, มีระบบดูดซับแรงส้นเท้า (E) |
| งานปิโตรเคมี / ห้องแล็บ | สารเคมีหกรด, พื้นเปียกลื่น | พื้นยางไนไตรล์ทนความร้อน (HRO), กันลื่น (SR) |
5. เลือกซื้อรองเท้าเซฟตี้ที่ได้มาตรฐาน ต้อง SAFETY JK
หากคุณกำลังมองหาพาร์ทเนอร์ด้านความปลอดภัยที่เข้าใจทั้งข้อกฎหมายและมาตรฐานอุตสาหกรรม SAFETY JK คือคำตอบครับ เรามุ่งมั่นส่งมอบสินค้าที่ตอบโจทย์ จป.วิชาชีพ และฝ่ายจัดซื้อองค์กรโดยเฉพาะ
- ผ่านการรับรองมาตรฐาน 100%: รองเท้าเซฟตี้ทุกรุ่นของเรามีใบรับรอง (Certificate) ตรงตามมาตรฐาน มอก. และ EN ISO ล่าสุด
- ดีไซน์เพื่อสรีระคนไทย: สวมใส่สบาย หน้าเท้ากว้าง ไม่บีบรัด ลดความเมื่อยล้าเมื่อต้องยืนทำงานทั้งวัน
- บริการสำหรับลูกค้าองค์กร (B2B): เรามีบริการให้คำปรึกษา วิเคราะห์ความเสี่ยงหน้างาน และจัดส่งสินค้ารวดเร็ว พร้อมบริการหลังการขายที่ไว้ใจได้
6. สรุป
การเลือกรองเท้าเซฟตี้ที่อิงตามกฎหมายและมาตรฐานปี 2026 ไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องชีวิตพนักงาน แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย (Safety Culture) ขององค์กรคุณให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
เพิ่มความปลอดภัยให้องค์กรของคุณตั้งแต่วันนี้! สนใจขอใบเสนอราคา ขอตัวอย่างสินค้า หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน PPE คลิกเพื่อติดต่อ SAFETY JK หรือดูแคตตาล็อกสินค้าทั้งหมดของเรา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับรองเท้าเซฟตี้
A: โดยทั่วไป รองเท้าเซฟตี้โดยเฉพาะกลุ่มพื้น PU จะมีอายุการใช้งานประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมการใช้งานและการเก็บรักษา จป. ควรมีแผนตรวจสอบสภาพรองเท้าของพนักงานเป็นประจำทุกเดือน
A: ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ไม่ได้ครับ นายจ้างมีหน้าที่ต้องจัดหาอุปกรณ์ PPE ให้ลูกจ้างสวมใส่โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
A: พื้น PU จะมีน้ำหนักเบาและยืดหยุ่นดีเยี่ยม เหมาะกับงานในร่มและคลังสินค้า ส่วนพื้นยาง (Rubber) จะทนทานต่อความร้อนสูง (HRO) สารเคมี และการสึกหรอได้ดีกว่า เหมาะสำหรับงานหนักภายนอกหรือโรงงานอุตสาหกรรมหนักครับ

