มอก.523-2564 คืออะไร? มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ไทยที่ควรรู้

มาตรฐาน รองเท้าเซฟตี้ มีอะไรบ้าง

มอก.523-2564 คืออะไร? มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ไทยที่ควรรู้

หลายคนอาจเคยเห็นคำว่า “มอก.523-2564” บนรองเท้าเซฟตี้ แต่ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร และสำคัญกับการเลือกใช้งานจริงแค่ไหน โดยเฉพาะในโรงงาน คลังสินค้า และงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงเรื่องของตกใส่เท้า การลื่นล้ม หรือเหยียบของมีคม การเลือกรองเท้านิรภัยที่ได้มาตรฐานจึงไม่ใช่แค่เรื่องความปลอดภัย แต่ยังเกี่ยวข้องกับมาตรฐาน PPE และข้อกำหนดในการทำงานอีกด้วย

มาตรฐาน มอก.523-2564 คือ มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ของประเทศไทย ที่อ้างอิงแนวทางจากมาตรฐานสากลอย่าง EN ISO 20345 เพื่อกำหนดคุณสมบัติด้านความปลอดภัย เช่น การป้องกันแรงกระแทก การกันลื่น และความทนทานสำหรับงานอุตสาหกรรมจริง



บทความนี้ Safety JK จะพาไปรู้จักว่า มอก.523-2564 คืออะไร ต่างจาก ANSI และ EN ISO 20345 ยังไง พร้อมวิธีสังเกตรองเท้าเซฟตี้ที่ได้มาตรฐาน เพื่อช่วยให้เลือกใช้งานได้เหมาะกับแต่ละหน้างานมากขึ้น



รองเท้าเซฟตี้  คือ อุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันการบาดเจ็บในขณะที่เราปฎิบัติงาน ซึ่งรองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กจะช่วยป้องกันจากของของตกกระแทกปลายนิ้วเท้า ป้องกันสิ่งของมีคมบาด เฉือดบริเวณเท้า หรือรองเท้าเซฟตี้บ้างรุ่นเสริมแผ่นเหล็กในพื้นรองเท้าเพื่อป้องกันการทะลุจากเศยเหล็ก ตะปูนอกจากนั้นยังมีความต้องการทำสถานที่ทำงานที่ต่างออกไป บ้างสถานที่ต้องการรองเท้าเซฟตี้ที่ป้องกันการลื่นจะน้ำมัน ป้องกันน้ำซึมเข้ารองเท้า หรือบางสถานที่ก็ต้องการรองเท้าที่ป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ ESD อีกด้วย

มาตรฐานการทดสอบ สำหรับ รองเท้าเซฟตี้

มาตรฐานในการทดสอบในด้านต่าง ๆ ด้านความทนทานต่อแรงดึง แรงเสียดสี แรงกระแทก การป้องกันการแทงทะลุของวัสดุมาตรฐานวัสดุที่นำมาผลิต ตามมาตรฐานมอก. 523-2564 และ มาตรฐาน ISO EN20345 เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในความปลอดภัยเมื่อสวมใส่บังคับให้ผู้ผลิตเพิ่มตัวอักษรระบุวัตถุประสงค์การใช้งานหรือสภาพแวดล้อมในการใช้งานรองเท้า โดยเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน ได้แก่รองเท้านิรภัยคู่ใดจะได้รับเครื่องหมาย มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ EN345 อันเป็นข้อบังคับหลักของยุโรปหรือเครื่องหมายมาตรฐาน ISO EN20345 ซึ่งได้กำหนดขึ้นมาใหม่เมื่อเร็วๆ นี้ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  • หัวรองเท้า (Safety Toecap)
  • ต้องให้การป้องกันแรงกระแทก (Impact)
  • สูงถึง200 จูลตามมาตรฐาน EN ISO 20345: 2011
  • ผ่านการทดสอบแรงบีบ (Compression Test)
  • วัสดุส่วนบน (The Upper Material)
  • ต้องมีคุณภาพและความหนาที่สามารถต้านทานการขัดสี (Abrasion Resistance)
    ในระดับที่กำหนดไว้
  • พื้นรองเท้า ต้องมีความต้านทานความร้อน (Heat Resistance)
  • ความต้านทานการขัดสี(Abrasion Resistance)
  • การดูดซับแรงกระแทก(Shock Absorption)

รวมทั้งความต้านทานทั้งน้ำมันและสารเคมีชนิดที่ได้กำหนดไว้แล้ว(Resistanceto both oil and certain chemicals)

มาตรฐาน รองเท้าเซฟตี้
มาตรฐาน รองเท้าเซฟตี้ EN ISO 20345

มาตรฐาน รองเท้าเซฟตี้ EN ISO 20345 มีอะไร บ้าง?

SB (Safety Basic)สำหรับรองเท้ามีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของมาตรฐานSBP (SB with pierce resistant midsole)สำหรับรองเท้ามีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของมาตรฐานพร้อมพื้นต้านทานการแทงทะลุS1 (SB with anti-static sole and cushioned heel area)สำหรับรองเท้ามีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของมาตรฐานพร้อมพื้นและบริเวณส้นต้านทานไฟฟ้าสถิตS1P (S1 with pierce resistant midsole)

สำหรับผู้ที่ต้องการรองเท้าที่ผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรม สามารถเลือกดู รองเท้าเซฟตี้ มอก. ที่ผ่านมาตรฐาน มอก. 523-2564 ได้ที่นี่

สำหรับรองเท้ามีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของมาตรฐานพร้อมพื้นและบริเวณส้นต้านทานไฟฟ้าสถิต รวมทั้ง พื้นต้านทานการแทงทะลุS2 (S1 with water resistant upper)สำหรับรองเท้ามีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของมาตรฐานพร้อมพื้นและบริเวณส้นต้านทานไฟฟ้าสถิต รวมทั้ง ส่วนบนต้านทานน้ำS3 (S2 with pierce resistant midsole)สำหรับรองเท้าที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของมาตรฐานพร้อมพื้นและบริเวณส้นต้านทานไฟฟ้าสถิต ส่วนบนต้านทานน้ำ รวมทั้ง พื้นต้าน ทานการแทงทะลุหากรองเท้านิรภัยนั้นมีคุณสมบัติพิเศษนอกเหนือจากที่กล่าวมา จะมีสัญลักษณ์เพิ่มเติมด้านท้ายเช่น

  • P – มีพื้นเหล็ก ป้องกันการเจาะทะลุได้ 1,100 นิวตัน
  • C – Conductive footwear รองเท้าป้องกันไฟฟ้าสถิตย์แบบตัวนำ
  • A – Antistatic footwear รองเท้าป้องกันไฟฟ้าสถิตย์
  • HI – รองเท้ามีฉนวนป้องกันความร้อน
  • CI – รองเท้ามีฉนวนป้องกันความเย็น (-20 C)
  • E – พื้นรองเท้าช่วยดูดซับแรงกดที่ส้นเท้า 20 จูล
  • WRU – รองเท้าส่วนบนป้องกันน้ำซึมเข้ารองเท้า
  • HRO – พื้นรองเท้าทนความร้อน 300 องศาเซลเซียสนาน 1 นาที
  • CRO – พื้นรองเท้าป้องกันน้ำมัน

หากต้องการดูภาพรวมมาตรฐานที่ใช้กับรองเท้าเซฟตี้ ทั้งมาตรฐาน มอก. และมาตรฐานสากล สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ เพื่อทำความเข้าใจมาตรฐานที่เกี่ยวข้องและเลือกใช้งานรองเท้าเซฟตี้ให้เหมาะกับลักษณะงานแต่ละประเภท

สรุป

การเลือกซื้อรองเท้าเซฟตี้ ที่มีมาตรฐาน มอก. หรือ มาตรฐาน EN ISO 20345 สำคัญมากกับการทำงานของคุณ เพราะสินค้าที่มีมาตรฐานจะช่วยให้คุณ ได้รับการใช้งานที่คงทน และวัสดุที่แข็งแรง เมื่อคุณนำไปใช้งานและที่สำคัญไม่ต้องเสียเงินซื้อรองเท้าเซฟตี้ คู่ใหม่ๆ บ่อยๆ อีกด้วยหากท่านใดสนใจสั่งซื้อของเท้าเซฟตี้ รองเท้านริภัย สามารถติดต่อสอบถามทาง safety jk ก็ได้ เรายินดีให้บริการรองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กสำหรับ โรงงานอุตสาหกรรม ผลิตตามมาตราฐาน EN ISO 20345:2012 และ มีมาตรฐาน มอก. รับรองสำหรับ รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็ก แบบหนังแท้ และหนัง PU

สำหรับโรงงาน บริษัท และฝ่ายจัดซื้อที่กำลังเลือกรองเท้านิรภัยสำหรับพนักงาน สามารถดูรุ่นที่ผ่านมาตรฐาน พร้อมเปรียบเทียบรุ่นและราคาได้ที่ รองเท้าเซฟตี้ มอก. สำหรับโรงงานและองค์กร

safety jk ขายรองเท้าเซฟตี้ รองเท้านิรภัยราคาส่ง safety jk

Safety JK ผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าเซฟตี้และอุปกรณ์ป้องกันในโรงงาน มีประสบการณ์ในการให้คำแนะนำลูกค้าองค์กร