เมื่อเลือกซื้อรองเท้าเซฟตี้ หลายคนให้ความสำคัญกับหัวเหล็ก มาตรฐานความปลอดภัย หรือดีไซน์ของรองเท้า แต่กลับมองข้ามวัสดุของพื้นรองเท้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อความปลอดภัยและอายุการใช้งานโดยตรง
วัสดุพื้นรองเท้าเซฟตี้ที่พบได้บ่อยในตลาดคือ NBR และ PU ซึ่งมีจุดเด่นแตกต่างกัน
คำถามคือ พื้นรองเท้าแบบไหนเหมาะกับโรงงานอาหาร คลังสินค้า หรือโรงงานอุตสาหกรรมของคุณมากกว่ากัน
บทความนี้จะเปรียบเทียบ NBR vs PU แบบละเอียด เพื่อช่วยให้คุณเลือกรองเท้าเซฟตี้ได้เหมาะกับลักษณะงานมากที่สุด
NBR คืออะไร
NBR หรือ Nitrile Butadiene Rubber เป็นยางสังเคราะห์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้มีความทนทานต่อ น้ำมัน ไขมัน และสารเคมี
จุดเด่นของพื้น NBR คือ
- กันลื่นได้ดี
- ทนน้ำมัน
- ทนสารเคมี
- ทนความร้อน
- อายุการใช้งานยาวนาน
จึงได้รับความนิยมในโรงงานอาหาร โรงงานอาหารทะเล โรงงานเครื่องดื่ม และอุตสาหกรรมที่มีน้ำมันหรือสารเคมีอยู่เป็นประจำ
อ่านเพิ่มเติม: พื้น NBR คืออะไร
PU คืออะไร
PU หรือ Polyurethane เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมในรองเท้าเซฟตี้เช่นกัน
ข้อดีของ PU คือ
- น้ำหนักเบา
- ยืดหยุ่นดี
- ดูดซับแรงกระแทกได้ดี
- สวมใส่สบาย
จึงมักถูกนำไปใช้ในรองเท้าเซฟตี้สำหรับคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และงานที่ต้องเดินเป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตาม PU อาจมีข้อจำกัดด้านการทนน้ำมันและความร้อนเมื่อเทียบกับ NBR

NBR vs PU ต่างกันอย่างไร
การกันลื่น
NBR มีแรงยึดเกาะพื้นสูง เหมาะกับพื้นที่เปียก พื้นที่มีน้ำมัน และพื้นที่ที่มีความชื้นสูง
PU ให้การยึดเกาะที่ดีในสภาพแวดล้อมทั่วไป แต่ในบางสภาพพื้นผิวอาจสู้ NBR ไม่ได้
การทนน้ำมัน
NBR ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการสัมผัสน้ำมันและไขมันโดยตรง
จึงเหมาะกับโรงงานอาหารและโรงงานอุตสาหกรรม
PU สามารถทนน้ำมันได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่เทียบเท่า NBR
การทนความร้อน
NBR มีความทนทานต่ออุณหภูมิสูงได้ดีกว่า
เหมาะกับพื้นที่ผลิตและพื้นที่อุตสาหกรรมที่มีความร้อน
น้ำหนัก
PU มีน้ำหนักเบากว่า
จึงเหมาะกับงานที่ต้องเดินหรือยืนเป็นเวลานาน
อายุการใช้งาน
หากใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำมันหรือสารเคมี NBR มักมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า
โรงงานแบบไหนควรเลือก NBR
พื้น NBR เหมาะสำหรับ
- โรงงานอาหาร
- โรงงานอาหารทะเล
- โรงงานแปรรูปอาหาร
- โรงงานเครื่องดื่ม
- ห้องเย็น
- โรงงานที่มีน้ำมันหรือสารเคมี
หากพื้นมีความเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา NBR ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า

งานแบบไหนควรเลือก PU
พื้น PU เหมาะสำหรับ
- คลังสินค้า
- ศูนย์กระจายสินค้า
- โลจิสติกส์
- โรงงานประกอบชิ้นส่วน
- งานที่ต้องเดินทั้งวัน
เนื่องจากมีน้ำหนักเบาและให้ความสบายในการสวมใส่

ตารางเปรียบเทียบ NBR และ PU
| คุณสมบัติ | NBR | PU |
|---|---|---|
| กันลื่น | ดีมาก | ดี |
| ทนน้ำมัน | ดีมาก | ปานกลาง |
| ทนสารเคมี | ดี | ปานกลาง |
| ทนความร้อน | ดีมาก | ดี |
| น้ำหนัก | ปานกลาง | เบา |
| ความสบาย | ดี | ดีมาก |
| อายุการใช้งานในพื้นที่น้ำมัน | ดีมาก | ปานกลาง |
| เหมาะกับโรงงานอาหาร | ดีมาก | ดี |
| เหมาะกับคลังสินค้า | ดี | ดีมาก |
คำถามที่พบบ่อย
โดยทั่วไป NBR มีประสิทธิภาพด้านการกันลื่นดีกว่า โดยเฉพาะในพื้นที่เปียกและมีน้ำมัน
ส่วนใหญ่แนะนำ NBR เพราะทนน้ำมันและกันลื่นได้ดีกว่า
จุดเด่นของ PU คือมีน้ำหนักเบา ยืดหยุ่น และสวมใส่สบาย
NBR ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการสัมผัสน้ำมันและไขมันโดยเฉพาะ
ควรตรวจสอบมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ เช่น มอก. 523-2564 และเลือกให้เหมาะกับลักษณะงาน
กำลังมองหารองเท้าเซฟตี้สำหรับโรงงานอาหาร คลังสินค้า หรืออุตสาหกรรม?
Safety JK พร้อมให้คำแนะนำในการเลือกรองเท้าเซฟตี้ที่เหมาะกับลักษณะงาน พร้อมตัวเลือกพื้น NBR และวัสดุพื้นรองเท้าหลากหลายประเภทที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย
สรุป
หากคุณทำงานในโรงงานอาหาร โรงงานอาหารทะเล หรือพื้นที่ที่มีน้ำมันและสารเคมี
พื้น NBR มักเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า แต่หากทำงานในคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า หรือพื้นที่ที่ต้องเดินเป็นระยะทางไกลตลอดวัน พื้น PU อาจตอบโจทย์เรื่องความเบาและความสบายได้ดีกว่า
สิ่งสำคัญคือ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย เช่น มอก. 523-2564 หรือมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพการป้องกันอันตราย มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ มอก. 523-2564
Safety JK ผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าเซฟตี้มาตรฐานโรงงาน พร้อมให้คำแนะนำและจัดส่งสินค้าคุณภาพสูงที่ได้มาตรฐานสากลแก่คุณในราคาที่คุ้มค่าที่สุดครับ
สามารถดูรายละเอียด รองเท้าเซฟตี้ สำหรับทุกสายงานที่นี่

Safety JK ผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าเซฟตี้และอุปกรณ์ป้องกันในโรงงาน มีประสบการณ์ในการให้คำแนะนำลูกค้าองค์กร

