วิธีเลือกรองเท้าเซฟตี้ให้เหมาะกับงาน: 5 จุดที่ต้องเช็ก

ขั้นตอนการเลือกซื้อรองเท้าเซฟตี้

ขั้นตอนการเลือกซื้อรองเท้าเซฟตี้หัวเหล็ก ต้องรู้อะไรบ้าง?

สรุปสั้น ๆ: การเลือกรองเท้าเซฟตี้ควรเริ่มจากความเสี่ยงของหน้างาน ไม่ใช่เลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว ควรตรวจประเภทหัวรองเท้า พื้นรองเท้า การป้องกันการเจาะทะลุ มาตรฐานที่งานกำหนด และระยะเวลาที่ต้องสวมใส่ในแต่ละวัน

วิธีเลือกรองเท้าเซฟตี้ให้เหมาะกับลักษณะงาน

  • โรงงานและสายการผลิต: เลือกหัวรองเท้าที่ป้องกันแรงกระแทก พื้นยึดเกาะดี และตรวจมาตรฐานที่โรงงานกำหนด
  • คลังสินค้าและโลจิสติกส์: เน้นน้ำหนักเบา ความกระชับ และพื้นกันลื่นสำหรับการเดินหรือยืนนาน
  • งานที่มีน้ำมันหรือพื้นเปียก: เลือกพื้นรองเท้าที่ผู้ผลิตระบุว่าทนน้ำมันและออกแบบลายพื้นให้ระบายน้ำได้ดี เช่น พื้น NBR ในรุ่นที่เหมาะสม
  • งานไฟฟ้าหรืออิเล็กทรอนิกส์: ต้องแยกความต้องการระหว่างรองเท้า ESD รองเท้ากันไฟฟ้าสถิต และรองเท้าสำหรับงานไฟฟ้าโดยตรงให้ชัดเจนก่อนเลือก
  • ไซต์ก่อสร้างและพื้นที่มีของมีคม: ควรพิจารณาหัวกันกระแทกและแผ่นป้องกันการเจาะทะลุร่วมกัน

รองเท้าเซฟตี้หรือรองเท้านิรภัย เป็นอุปกรณ์ป้องกันชนิดหนึ่ง สำหรับปกป้องเท้าของผู้ใช้งานให้ปลอดภัยจากการเกิดอุบัติเหตุในขณะปฏิบัติงาน ไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ หรือเกิดความเสียหายต่อเท้าได้ จะมักถูกนำไปใช้เมื่อต้องทำงานในพื้นที่เสี่ยงอันตราย เช่น งานในโรงงานที่มีการใช้เครื่องจักร หรือคลังสินค้าที่มีการใช้รถโฟล์คลิฟท์ , งานในเขตก่อสร้าง การทำงานในพื้นที่ที่มีคราบน้ำมันที่ เสี่ยงต่อการลื่น หรือกระแสไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งสามารถเกิดอุบัติเหตุกับเท้าของเราได้ หากไม่ระมัดระวังในการทำงาน ดังนั้นการสวมใส่รองเท้าเซฟตี้ที่ถูกประเภท จะช่วยป้องกันเท้าได้ดีที่สุดการเลือกรองเท้าเซฟตี้มีความสำคัญต่อประสิทธิภาพของการใช้งานเป็นอย่างมาก ทั้งเรื่องดีไซน์ น้ำหนัก วัสดุ รวมไปถึงความสวยงามก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกันอันดับแรก ควรเริ่มจากการทำการประเมินความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติหน้าที่ กับสภาพแวดล้อมของการทำงานก่อน ว่าแบบไหนจึงจะเหมาะสม เช่นหน้างานพื้นมีวัตถุอันตราย มีความร้อน เสี่ยงต่อการลื่นล้ม ทิ่มแทง-เจาะทะลุ หรือถูกกดทับด้วยของหนักและเครื่องจักร

 5 วัสดุรองเท้าเซฟตี้ ที่สำคัญ ในการช่วยในความปลอดภัย

1.หนังรองเท้า

หนังรองเท้าเซฟตี้
หนังในการทำรองเท้าเซฟตี้

จะมีให้เลือกตั้งแต่หนังแท้ (หนังวัว หนังควาย) หรือหนังสังเคราะห์ (หนังเทียม) เช่น PU หรือ PVC โดยหนังแท้จะมีความหนักกว่าหนังสังเคราะห์ แต่สามารถทนความร้อน สารเคมี การเสียดสี ได้ดีกว่าหนังสังเคราะห์ และปัจจุบันจะมีการทำรองเท้าเซฟตี้ ที่ใช้วัสดุผ้า มาผลิตมากขึ้น ช่วยในเรื่องของน้ำหนักที่เบากว่า ยืดหยุ่น-กระชับ สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี สะดวกสบายและดีไซน์สวยทันสมัยขึ้น

2.แผ่นรองเท้าด้านใน

แผ่นรองเท้าด้านใน
แผ่นรองเท้าด้านใน

เป็นวัสดุส่วนที่ใช้รอง รองเท้าก่อนสัมผัสวัสดุพื้นรองเท้า มักใช้วัสดุที่อ่อนนุ่ม หรือยืดหยุ่น เพื่อเพิ่มความสบายในการสวมใส่ เช่น PU, EVA หรือ Memory Foam นอกจากนี้อาจมีการเพิ่มคุณสมบัติกันไฟฟ้าสถิตลงไป โดยใช้ด้ายเย็บเพื่อนำไฟฟ้าอีกด้วย

3.หัวรองเท้า กันกระแทก

เป็นวัสดุส่วนที่ใช้ในการป้องกันแรงกระแทก จากสิ่งของหล่นใส่ โดนทับ หรือเตะโดนสิ่งต่างๆ โดยมักทำจาก 4 วัสดุ คือ

  • เหล็กกล้า (Metal Steel) : เป็นวัสดุพื้นฐานที่นิยมนำมาใช้เพื่อความป้องกัน แข็งแรง แต่มีน้ำหนักที่มากพอสมควร
  • อลูมิเนียม (Aluminums) : เป็นวัสดุโลหะที่มีคุณสมบัติป้องกันเท้าได้เทียบเท่าหัวกันกระแทกแบบเหล็ก และมีน้ำหนักเบากว่าหัวเหล็ก แต่ราคาสูงกว่าและรับแรงได้น้อยกว่า
  • คอมโพสิต (Composite) : รับแรงกระแทกได้เทียบเท่าหัวกันกระแทกแบบเหล็ก แต่จะมีน้ำหนักที่เบากว่ามาก ไม่นำไฟฟ้า ราคาสูงกว่าหัวเหล็ก
  • เรซิ่น (Resin) : เป็นหัวรองเท้าที่มีความยืดหยุ่น ไม่บีบรัดหน้าเท้า แต่รองรับแรงกระแทกได้น้อยกว่าวัสดุด้านบน เหมาะกับงานเบา
หัวเหล็กรองเท้าเซฟตี้
รูปแบบวัสดุของหัวที่ใช้ในการทำรองเท้าเซฟตี้

4.พื้นรองเท้าด้านนอก

พื้นรองเท้าส่วนใหญ่มักทำจากวัสดุ PU (POLYURETHANE SOLE) , TPU (THERMO POLYURETHANE SOLE) , NBR Rubber (ยางไนไตร) และ PVC โดยมีความเหมาะสมในการใช้งานต่างกัน

  • พื้น TPU เหมาะกับงานกันสารเคมีหนัก เช่นอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
  • พื้น PU เหมาะกับงานกันสารเคมีปานกลาง ที่อยู่ในอาคาร เช่น งานประกอบรถยนต์ งานพ่นสี
  • พื้น NBR เหมาะกับงานกันน้ำมัน และงานเกี่ยวกับความร้อน เพราะยางไนไตรทนความร้อนได้ดี

5.วัสดุเสริมป้องกันการเจาะทะลุ

เป็นวัสดุเสริม ที่ใช้สำหรับป้องกันการเจาะทะลุ จากสิ่งมีคมต่างๆที่อาจอยู่บนพื้นเช่น ตะปู เศษแก้ว และของมีคมอื่นๆ โดยวัสดุเสริมนี้เป็นตัวเลือก สำหรับผู้ที่ต้องการเท่านั้นเมื่อประเมินความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติหน้าที่ และทราบถึงคุณลักษณะต่างๆ ขององค์ประกอบหลักแล้ว เท่านี้ ก็สามารถเลือกใช้รองเท้าเซฟตี้ที่เหมาะกับการใช้งานของคุณได้เลยครับ เลือกดู “รองเท้าเซฟตี้คุณภาพ” รุ่นต่างๆ คลิก

หากกำลังมองหารองเท้าสำหรับโรงงาน คลังสินค้า หรือไซต์งานก่อสร้าง สามารถดู รองเท้าเซฟตี้ รุ่นต่าง ๆ ได้จากหน้ารวมสินค้าของ Safety JK

เลือกซื้อรองเท้าเซฟตี้จากมาตรฐานและหน้างานจริง

สำหรับโรงงาน บริษัท และฝ่ายจัดซื้อ สามารถดูรุ่นทั้งหมดที่หน้า รองเท้าเซฟตี้ หรือเลือกเฉพาะรุ่นที่ผ่านมาตรฐานจากหน้า รองเท้าเซฟตี้ มอก. 523-2564 ควรแจ้งประเภทธุรกิจ สภาพพื้น ความเสี่ยง จำนวนคู่ และไซส์ที่ต้องการ เพื่อให้ทีมงานช่วยคัดรุ่นได้ตรงกับการใช้งาน

คำถามที่พบบ่อยก่อนซื้อรองเท้าเซฟตี้

หัวเหล็กกับหัวคอมโพสิตเลือกแบบไหนดี?

หัวเหล็กเหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงและคุ้มค่า ส่วนหัวคอมโพสิตมีน้ำหนักเบาและไม่นำไฟฟ้า แต่ต้องตรวจมาตรฐานและคุณสมบัติของแต่ละรุ่นก่อนใช้งานจริง

พื้น NBR เหมาะกับงานแบบไหน?

พื้น NBR มักเหมาะกับงานที่ต้องการความทนต่อน้ำมัน ความร้อน และการเสียดสี แต่ควรตรวจชนิดสารเคมี อุณหภูมิ และผลการทดสอบของรุ่นนั้นก่อนสั่งซื้อ

สั่งรองเท้าเซฟตี้ให้พนักงานต้องเตรียมข้อมูลอะไร?

ควรเตรียมจำนวนผู้ใช้งาน ช่วงไซส์ ลักษณะงาน สภาพพื้น ความเสี่ยง และมาตรฐานที่องค์กรกำหนด จากนั้นขอใบเสนอราคาและตัวอย่างไซส์ก่อนสั่งจำนวนมาก

safety jk ขายรองเท้าเซฟตี้ รองเท้านิรภัยราคาส่ง safety jk

Safety JK ผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าเซฟตี้และอุปกรณ์ป้องกันในโรงงาน มีประสบการณ์ในการให้คำแนะนำลูกค้าองค์กร