ANSI vs EN ISO 20345 ต่างกันยังไง? เปรียบเทียบมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้

ANSI vs EN ISO 20345

ANSI vs EN ISO 20345 ต่างกันยังไง? เลือกมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้แบบไหนดี

เวลาซื้อรองเท้าเซฟตี้
หลายคนจะเห็นคำว่า

  • ANSI
  • ASTM
  • CE
  • EN ISO 20345
  • มอก. 523-2564

เต็มไปหมด…

จนงงว่า
จริงๆ แล้วมาตรฐานพวกนี้ต่างกันยังไง?
โรงงานควรเลือกแบบไหน?
และแบบไหน ปลอดภัย กว่ากัน?

บทความนี้ Safety JK จะสรุปให้เข้าใจง่าย
พร้อมเปรียบเทียบมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ที่ใช้กันทั่วโลก

ANSI คืออะไร?

ANSI (American National Standards Institute)
คือองค์กรกำหนดมาตรฐานของสหรัฐอเมริกา

ในวงการรองเท้าเซฟตี้
มักใช้ร่วมกับมาตรฐาน ASTM

เช่น:

  • ASTM F2413
  • ANSI Z41 (มาตรฐานเก่า)

โดยจะเน้นเรื่อง:

  • การป้องกันแรงกระแทก
  • การป้องกันแรงกดทับ
  • พื้นกันลื่น
  • ป้องกันไฟฟ้า
  • ป้องกันการเจาะทะลุ

มาตรฐาน ANSI / ASTM
นิยมใช้ใน:

  • โรงงานอุตสาหกรรมหนัก
  • งานเครื่องจักร
  • งานก่อสร้าง
  • โรงงานในอเมริกา

EN ISO 20345 คืออะไร?

EN ISO 20345
คือมาตรฐานรองเท้านิรภัยของยุโรป

ถือเป็นมาตรฐานที่ใช้แพร่หลายทั่วโลก
รวมถึงในไทยด้วย

มาตรฐานนี้กำหนดว่า:

รองเท้าต้องมีหัวนิรภัย
ที่รองรับแรงกระแทกได้ประมาณ 200 จูล

รวมถึงมีการทดสอบเรื่อง:

  • พื้นกันลื่น
  • ความทนทาน
  • การกันน้ำมัน
  • การกันทะลุ
  • การดูดซับแรงกระแทก

มาตรฐาน EN ISO 20345
มักจะเห็นคู่กับเครื่องหมาย CE

ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของยุโรป

ANSI กับ EN ISO 20345 ต่างกันยังไง?

หลายคนเข้าใจว่า
สองมาตรฐานนี้ อันไหนดีกว่า

แต่จริงๆ แล้ว ทั้งคู่เป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับเหมือนกัน แค่ใช้คนละภูมิภาค และมีวิธีทดสอบบางส่วนต่างกัน

ตารางเปรียบเทียบมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้

มาตรฐานประเทศ / ภูมิภาคจุดเด่นเหมาะกับงาน
ANSI / ASTMสหรัฐอเมริกาเน้นอุตสาหกรรมหนักโรงงานหนัก งานก่อสร้าง
EN ISO 20345ยุโรปใช้แพร่หลายทั่วโลกโรงงานทั่วไป คลังสินค้า
มอก. 523-2564ไทยอ้างอิงมาตรฐานยุโรปใช้งานในประเทศไทย

งานแบบไหนควรเลือกมาตรฐานอะไร?

งานโรงงานทั่วไป / คลังสินค้า

แนะนำ:

  • EN ISO 20345
  • หรือ รองเท้าเซฟตี้ มอก.

เพราะครอบคลุมเรื่อง:

  • พื้นกันลื่น
  • ความปลอดภัยพื้นฐาน
  • การใช้งานทั่วไปในโรงงาน

งานอุตสาหกรรมหนัก / เครื่องจักร

แนะนำ:

  • ANSI / ASTM

เพราะนิยมใช้ในงานที่มี:

  • แรงกระแทกสูง
  • เครื่องจักรหนัก
  • งานก่อสร้าง

งานอิเล็กทรอนิกส์ / ESD

ควรเลือก:

  • รองเท้าเซฟตี้ ESD

เพื่อช่วยลดไฟฟ้าสถิตในพื้นที่การผลิต

แล้ว มอก. 523-2564 เกี่ยวข้องยังไง?

ปัจจุบัน
ประเทศไทยใช้มาตรฐาน:

มอก. 523-2564

สำหรับรองเท้านิรภัยในงานอุตสาหกรรม

ซึ่งมีแนวทางอ้างอิงจาก
EN ISO 20345 ของยุโรป

ดังนั้นเวลาเลือก มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ มอก. 523-2564

จึงถือว่าเป็นมาตรฐานที่เหมาะกับการใช้งานในประเทศไทย

และเป็นมาตรฐานที่หลายโรงงานใช้จริง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เปรียบเทียบมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ทั้งหมด

เลือกรองเท้าเซฟตี้แบบไหนดี?

จริงๆ แล้ว
สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ว่าเป็น ANSI หรือ EN ISO

แต่คือ:

  • เหมาะกับประเภทงานหรือไม่
  • ผ่านมาตรฐานจริงหรือไม่
  • พื้นกันลื่นดีหรือไม่
  • ใส่สบายสำหรับใช้งานทั้งวันหรือไม่

สำหรับงานโรงงานและคลังสินค้าในไทย
ส่วนใหญ่จะนิยมใช้:

  • รองเท้าเซฟตี้ มอก.
  • EN ISO 20345
  • รุ่นที่มีพื้นกันลื่นและหัวนิรภัยมาตรฐาน

ดูรองเท้าเซฟตี้ จาก safety jk รองเท้าเซฟตี้มาตรฐานโรงงาน

FAQ คำถามที่พบบ่อย

สรุป

ANSI และ EN ISO 20345
ต่างก็เป็นมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ระดับสากล

ความแตกต่างหลักคือ:

  • ANSI / ASTM → นิยมในอเมริกา
  • EN ISO 20345 → นิยมในยุโรปและทั่วโลก
  • มอก. 523-2564 → มาตรฐานที่ใช้ในประเทศไทย

ดังนั้นก่อนเลือกซื้อรองเท้าเซฟตี้
ควรดูทั้ง:

  • มาตรฐาน
  • ประเภทงาน
  • คุณสมบัติพื้นกันลื่น
  • และความเหมาะสมกับการใช้งานจริง

เพื่อความปลอดภัยในการทำงานระยะยาว

รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็ก มาตรฐาน มอก. สำหรับ โรงงานอุตสาหกรรม ผลิตตามมาตรฐาน EN ISO 20345 และ มีมาตรฐาน มอก. รับรองสำหรับ รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็ก แบบหนังแท้ และหนัง PU

เลือกรองเท้าเซฟตี้มาตรฐาน มอก. สำหรับโรงงาน งานก่อสร้าง และงานอุตสาหกรรม พร้อมคุณสมบัติกันลื่น กันน้ำมัน และรองรับการใช้งานจริงได้ที่ Safety JK

safety jk ขายรองเท้าเซฟตี้ รองเท้านิรภัยราคาส่ง safety jk

Safety JK ผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าเซฟตี้และอุปกรณ์ป้องกันในโรงงาน มีประสบการณ์ในการให้คำแนะนำลูกค้าองค์กร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *