รองเท้าเซฟตี้สำหรับแต่ละประเภทงาน เลือกแบบไหนดี

รองเท้าเซฟตี้สำหรับแต่ละประเภทงาน เลือกแบบไหนดี

รองเท้าเซฟตี้ที่เหมาะกับพนักงานคลังสินค้า อาจไม่เหมาะกับช่างก่อสร้าง

รองเท้าที่ใช้ในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ อาจต้องควบคุมไฟฟ้าสถิต ขณะที่รองเท้าสำหรับอู่ซ่อมรถหรือโรงงานน้ำมัน ต้องให้ความสำคัญกับพื้นรองเท้าที่เหมาะกับคราบน้ำมันและสภาพพื้นหน้างาน

ดังนั้น การเลือกรองเท้าเซฟตี้ไม่ควรดูเพียงว่าเป็นรองเท้าหัวเหล็กหรือไม่ แต่ต้องเริ่มจากการประเมินว่า พนักงานกำลังเผชิญกับความเสี่ยงอะไรบ้าง

ตัวอย่างความเสี่ยงที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • วัตถุหนักตกหรือกลิ้งทับเท้า
  • ตะปู เศษเหล็ก หรือวัตถุแหลมแทงทะลุพื้น
  • พื้นเปียก พื้นมัน หรือพื้นมีคราบน้ำมัน
  • ไฟฟ้าสถิตหรือความเสี่ยงทางไฟฟ้า
  • สารเคมี น้ำ หรือของเหลวที่อาจสัมผัสรองเท้า
  • การเดินหรือยืนบนพื้นแข็งเป็นเวลานาน
  • พื้นขรุขระ บันได และพื้นที่ต่างระดับ

แนวทางของ OSHA ระบุว่าควรใช้รองเท้าป้องกันเมื่อมีความเสี่ยงจากวัตถุตกหรือกลิ้ง วัตถุแทงทะลุพื้น หรืออันตรายทางไฟฟ้าที่ยังคงเหลืออยู่หลังใช้มาตรการควบคุมอื่นแล้ว ขณะที่ CCOHS แนะนำให้พิจารณาความเสี่ยงเพิ่มเติม เช่น พื้นลื่น พื้นขรุขระ อุณหภูมิ และการสัมผัสน้ำหรือของเหลวด้วย

บทความนี้จะช่วยให้ จป. ฝ่ายจัดซื้อ และผู้ใช้งาน เลือกรองเท้าเซฟตี้ให้เหมาะกับงานแต่ละประเภทได้ง่ายขึ้น

Table of Contents

วิธีเลือกรองเท้าเซฟตี้ตามประเภทงาน

ประเภทงานความเสี่ยงหลักคุณสมบัติที่ควรพิจารณา
คลังสินค้าและโลจิสติกส์ของตก รถเข็น เดินและยืนนานหัวป้องกันแรงกระแทก น้ำหนักเบา พื้นซับแรง กันลื่น
งานก่อสร้างตะปู เศษเหล็ก ของหนัก พื้นขรุขระหัวป้องกัน พื้นกันทะลุ ดอกยางเหมาะกับพื้นที่ หุ้มข้อเมื่อจำเป็น
โรงงานน้ำมันและอู่ซ่อมรถคราบน้ำมัน พื้นมัน ของหนักพื้นรองเท้าเหมาะกับน้ำมันและสภาพพื้น หัวป้องกัน พื้นยึดเกาะ
โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ไฟฟ้าสถิต เดินและยืนนานคุณสมบัติ ESD ตามระบบควบคุมของโรงงาน น้ำหนักเบา
งานช่างไฟแรงกระแทก การเจาะทะลุ ความเสี่ยงทางไฟฟ้าเลือกตามการประเมินความเสี่ยงและมาตรฐาน ห้ามใช้คำว่า ESD แทนรองเท้าป้องกันไฟฟ้า
โรงงานอาหารและพื้นที่เปียกน้ำ ไขมัน เศษอาหาร พื้นลื่นพื้นยึดเกาะเหมาะกับพื้นจริง ทำความสะอาดง่าย ทนต่อสภาพการใช้งาน
งานติดตั้งและโซลาร์เดินขึ้นลง บันได เศษวัสดุน้ำหนักเบา พื้นกันทะลุ การยึดเกาะ และความกระชับ
งานผลิตทั่วไปของตก เศษวัสดุ เดินประจำจุดเลือกตาม Hazard Assessment ไม่ใช้รุ่นเดียวทั้งโรงงานโดยอัตโนมัติ

ตารางนี้เป็นแนวทางเบื้องต้น การเลือกจริงควรดูสภาพพื้น สารปนเปื้อน น้ำหนักวัตถุ รูปแบบการเดิน และมาตรฐานที่องค์กรกำหนดร่วมกัน

รองเท้าเซฟตี้แฟชั่น
รองเท้าเซฟตี้แฟชั่น

1. รองเท้าเซฟตี้สำหรับงานคลังสินค้าและโลจิสติกส์

พนักงานคลังสินค้าอาจต้องเดินและยืนบนพื้นคอนกรีตวันละหลายชั่วโมง รวมถึงทำงานใกล้รถเข็น พาเลต ชั้นวางสินค้า และรถโฟล์คลิฟต์

ความเสี่ยงจึงไม่ได้มีแค่ของตกใส่เท้า แต่ยังรวมถึงความเมื่อยล้า การลื่น และการกระแทกระหว่างเคลื่อนย้ายสินค้า

คุณสมบัติที่ควรพิจารณา

หัวรองเท้าป้องกันแรงกระแทก

พื้นที่ที่มีการยก เคลื่อนย้าย หรือจัดวางสินค้า ควรเลือกรองเท้าที่มีหัวป้องกันแรงกระแทกตามมาตรฐานที่องค์กรกำหนด

หัวรองเท้าอาจผลิตจากเหล็กหรือวัสดุคอมโพสิต การเลือกไม่ควรตัดสินจากวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูผลการทดสอบและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ด้วย

น้ำหนักเหมาะกับการเดินทั้งวัน

รองเท้าที่หนักเกินความจำเป็นอาจทำให้พนักงานเหนื่อยเร็ว โดยเฉพาะตำแหน่งที่ต้องเดินหยิบสินค้า แพ็กสินค้า หรือตรวจนับสต๊อกตลอดวัน

งานลักษณะนี้จึงควรมองหารองเท้าที่มีน้ำหนักเหมาะสมกับผู้ใช้และความเสี่ยงจริง

พื้นรองเท้าช่วยลดแรงกระแทก

พื้นคลังสินค้าส่วนใหญ่มักเป็นคอนกรีตหรือพื้นแข็ง การรองรับฝ่าเท้าและการซับแรงจึงมีผลต่อความสบายระหว่างทำงาน

รองเท้าควรมีขนาดพอดี ไม่บีบหน้าเท้า และไม่หลวมจนเท้าเคลื่อนภายในรองเท้า

การยึดเกาะกับพื้นคลังสินค้า

ต้องตรวจสอบว่าพื้นคลังสินค้าเป็นคอนกรีตขัดมัน พื้นอีพ็อกซี่ พื้นเปียก หรือมีโอกาสปนเปื้อนน้ำมันหรือไม่ เพราะพื้นรองเท้าแบบเดียวอาจทำงานต่างกันเมื่อเจอสภาพพื้นต่างกัน

เหมาะกับรองเท้าแบบใด?

งานคลังสินค้าทั่วไปที่อยู่ในพื้นที่แห้งและต้องเดินมาก มักเหมาะกับรองเท้าทรงสปอร์ตหรือ Low Cut ที่น้ำหนักไม่มาก เคลื่อนไหวสะดวก และมีหัวป้องกันแรงกระแทก

แต่ถ้ามีความเสี่ยงจากตะปู เศษเหล็ก หรือวัตถุแหลมบนพื้น ควรเพิ่มคุณสมบัติป้องกันการแทงทะลุด้วย

สำหรับงานคลังสินค้าที่ต้องเดินเป็นเวลานาน สามารถพิจารณารองเท้าเซฟตี้ Safety JK รุ่น SJK-2207 ซึ่งเป็นรองเท้าทรงสปอร์ตสำหรับงานที่เน้นการเคลื่อนไหวและการเดินระหว่างวัน โดยควรตรวจสอบสเปกและมาตรฐานให้ตรงกับพื้นที่ใช้งานก่อนสั่งซื้อ

2. รองเท้าเซฟตี้สำหรับงานก่อสร้าง

ไซต์ก่อสร้างมีความเสี่ยงหลายด้านพร้อมกัน เช่น

  • วัสดุก่อสร้างตกใส่เท้า
  • ตะปูและเศษเหล็กบนพื้น
  • พื้นดิน พื้นหิน หรือพื้นต่างระดับ
  • น้ำ โคลน และฝุ่น
  • การขึ้นลงบันไดหรือนั่งร้าน
  • การทำงานร่วมกับเครื่องมือและเครื่องจักร

HSE ระบุว่างานก่อสร้างควรใช้รองเท้าป้องกัน โดยหัวรองเท้าหรือวัสดุที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าช่วยป้องกันวัตถุตก ส่วนชั้นกลางป้องกันการเจาะทะลุช่วยลดความเสี่ยงจากการเหยียบตะปูหรือวัตถุแหลม

คุณสมบัติที่ควรพิจารณา

หัวรองเท้าป้องกันแรงกระแทก

เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีวัสดุ เครื่องมือ หรือชิ้นงานหนัก ซึ่งอาจหล่นหรือกลิ้งมาโดนเท้า

แผ่นป้องกันการแทงทะลุ

งานก่อสร้างควรพิจารณาพื้นรองเท้าที่มีคุณสมบัติป้องกันการแทงทะลุ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีตะปู ลวด เศษโลหะ หรือวัสดุแหลม

ชั้นป้องกันอาจเป็นแผ่นโลหะหรือวัสดุเส้นใยที่ผ่านการออกแบบและทดสอบสำหรับการใช้งานดังกล่าว

ไม่ควรตัดสินจากคำว่า เคฟลาร์ หรือ แผ่นเหล็ก เพียงอย่างเดียว ต้องดูมาตรฐานและข้อมูลการทดสอบร่วมด้วย

ดอกยางเหมาะกับพื้นขรุขระ

พื้นไซต์งานอาจมีทั้งดิน หิน ทราย โคลน และพื้นคอนกรีต ดอกยางจึงควรเหมาะกับพื้นจริงและไม่อุดตันง่าย

Low Cut หรือ High Cut

รองเท้าหุ้มข้ออาจช่วยเพิ่มความกระชับและป้องกันสิ่งสกปรกเข้าสู่รองเท้า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะป้องกันการพลิกข้อเท้าได้ในทุกกรณี

ควรพิจารณาร่วมกับลักษณะการเดิน พื้นที่ต่างระดับ และความคล่องตัวที่งานต้องการ

เหมาะกับรองเท้าแบบใด?

งานก่อสร้างทั่วไปควรมองหารองเท้าที่มีทั้งหัวป้องกันแรงกระแทกและพื้นป้องกันการแทงทะลุ ส่วนงานที่มีน้ำหรือโคลนควรเพิ่มคุณสมบัติด้านวัสดุส่วนบนและพื้นรองเท้าที่เหมาะกับสภาพเปียก

ตัวอย่างรุ่นที่สามารถพิจารณาสำหรับงานที่มีความเสี่ยงจากวัตถุแหลม คือ Safety JK รุ่น SJK-2217 ซึ่งมีชั้นป้องกันการแทงทะลุ อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบว่ารูปแบบรองเท้าและมาตรฐานตรงกับข้อกำหนดของไซต์งานก่อนใช้งาน

รองเท้าเซฟตี้มอก.523-2564

3. รองเท้าเซฟตี้สำหรับโรงงานน้ำมัน ปิโตรเคมี และอู่ซ่อมรถ

งานในโรงงานน้ำมัน อู่ซ่อมรถ หรือพื้นที่ซ่อมบำรุง มักพบคราบน้ำมัน จาระบี และของเหลวบนพื้น

สิ่งที่ต้องระวังคือ คำว่า พื้นทนน้ำมัน ไม่ได้หมายความว่า กันลื่นบนคราบน้ำมันได้ดีที่สุด โดยอัตโนมัติ

HSE ระบุว่าความทนน้ำมันและการกันลื่นเป็นคนละคุณสมบัติ และแนะนำให้ทดลองรองเท้าในสภาพแวดล้อมที่พนักงานใช้งานจริงก่อนเลือกใช้

คุณสมบัติที่ควรพิจารณา

วัสดุพื้นรองเท้าเหมาะกับน้ำมัน

ควรตรวจสอบข้อมูลจากผู้ผลิตว่าวัสดุพื้นรองเท้าทนต่อสารหรือสภาพการใช้งานประเภทใด

คำว่า “ทนน้ำมัน” ควรมีข้อมูลประกอบ ไม่ควรสรุปว่าเหมาะกับน้ำมันหรือสารเคมีทุกชนิด

การยึดเกาะกับพื้นจริง

ควรดูร่วมกันทั้ง

  • วัสดุพื้นรองเท้า
  • ลายดอกยาง
  • พื้นผิวโรงงาน
  • ชนิดของสารปนเปื้อน
  • วิธีทำความสะอาดพื้น
  • พฤติกรรมการเดินของผู้ปฏิบัติงาน

รองเท้าที่เกาะพื้นคอนกรีตได้ดี อาจให้ผลต่างออกไปเมื่อใช้บนพื้นกระเบื้องหรือพื้นอีพ็อกซี่ที่มีคราบน้ำมัน

หัวป้องกันแรงกระแทก

พื้นที่ซ่อมบำรุงหรืออู่รถมีความเสี่ยงจากเครื่องมือ อะไหล่ และชิ้นส่วนโลหะตกใส่เท้า จึงควรพิจารณาหัวรองเท้าป้องกันแรงกระแทกด้วย

วัสดุส่วนบนทำความสะอาดได้

งานที่มีคราบน้ำมันควรเลือกวัสดุที่ดูแลและเช็ดทำความสะอาดได้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน เพื่อไม่ให้สิ่งปนเปื้อนสะสมบนรองเท้า

เหมาะกับรองเท้าแบบใด?

สำหรับโรงงานน้ำมัน งานซ่อมบำรุง หรืออู่รถ ควรเลือกรองเท้าที่ใช้พื้นรองเท้าเหมาะกับน้ำมันและพื้นหน้างานจริง พร้อมหัวป้องกันแรงกระแทก

Safety JK รุ่น SJK-2202 ใช้พื้น NBR และออกแบบมาสำหรับงานอุตสาหกรรมที่ต้องการพื้นทนน้ำมัน โดยก่อนเลือกใช้ควรตรวจสอบชนิดของสาร พื้นผิว และมาตรฐานที่โรงงานกำหนดอีกครั้ง

4. รองเท้าเซฟตี้สำหรับโรงงานอิเล็กทรอนิกส์

โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ หรือสายการผลิตชิ้นส่วนบางประเภท อาจต้องควบคุมไฟฟ้าสถิตเพื่อป้องกันความเสียหายต่อชิ้นงานและอุปกรณ์

รองเท้าที่ใช้จึงอาจต้องมีคุณสมบัติ ESD และทำงานร่วมกับพื้น ระบบกราวด์ และอุปกรณ์ควบคุมไฟฟ้าสถิตอื่นภายในพื้นที่

คุณสมบัติที่ควรพิจารณา

คุณสมบัติ ESD ตามระบบของโรงงาน

รองเท้า ESD ไม่ได้ทำงานแยกจากระบบทั้งหมด แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของระบบควบคุมไฟฟ้าสถิตของพื้นที่

จป. และฝ่ายวิศวกรรมควรตรวจสอบว่าโรงงานกำหนดค่าหรือวิธีทดสอบอย่างไร และรองเท้าต้องทำงานร่วมกับพื้นชนิดใด

น้ำหนักเบาและสวมใส่ได้นาน

พนักงานในสายการผลิตอาจต้องยืนประจำสถานีหรือเดินระหว่างไลน์ผลิตหลายชั่วโมง จึงควรพิจารณาน้ำหนัก ความพอดี และการรองรับฝ่าเท้าร่วมด้วย

หัวป้องกันตามความเสี่ยงจริง

แม้จะเป็นโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ แต่บางแผนกอาจมีชิ้นส่วน เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ที่มีน้ำหนัก จึงยังต้องประเมินความเสี่ยงด้านแรงกระแทกแยกตามพื้นที่

ESD ไม่ใช่รองเท้ากันไฟดูด

รองเท้า ESD มีหน้าที่หลักเกี่ยวกับการควบคุมการถ่ายเทประจุไฟฟ้าสถิตตามระบบที่ออกแบบไว้ ไม่ควรนำคำว่า ESD ไปใช้แทนรองเท้าที่ออกแบบสำหรับการป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าหรือไฟฟ้าช็อต

HSE ระบุว่ารองเท้าอาจมีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น ป้องกันไฟฟ้าสถิต นำไฟฟ้า หรือเป็นฉนวนทางความร้อน ซึ่งต้องเลือกให้ตรงกับความเสี่ยง ไม่ควรถือว่าเป็นคุณสมบัติเดียวกัน

5. รองเท้าเซฟตี้สำหรับช่างไฟ

คำว่า รองเท้าไม่มีโลหะ หรือ หัวคอมโพสิต ไม่ได้แปลว่ารองเท้าคู่นั้นสามารถป้องกันไฟฟ้าช็อตได้โดยอัตโนมัติ

การเลือกสำหรับช่างไฟต้องเริ่มจากการประเมินแรงดันไฟฟ้า วิธีทำงาน สภาพพื้น ความชื้น และมาตรการควบคุมทางวิศวกรรมที่ใช้อยู่

คุณสมบัติที่ควรพิจารณา

  • มาตรฐานด้านไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับงานจริง
  • วัสดุและโครงสร้างรองเท้า
  • สภาพพื้นแห้งหรือเปียก
  • ความเสี่ยงจากวัตถุตก
  • ความเสี่ยงจากวัตถุแทงทะลุ
  • เครื่องมือหรือชิ้นส่วนโลหะในพื้นที่
  • ข้อกำหนดเฉพาะขององค์กร

OSHA ระบุว่ารองเท้าป้องกันอาจจำเป็นเมื่อมีอันตรายจากไฟฟ้าสถิตหรือไฟฟ้าช็อตที่ยังคงเหลืออยู่หลังดำเนินมาตรการป้องกันอื่นแล้ว แต่การเลือกรองเท้าต้องตรงกับประเภทอันตราย ไม่ควรพิจารณาจากวัสดุหัวรองเท้าเพียงอย่างเดียว

หัวคอมโพสิตเหมาะกับช่างไฟหรือไม่?

หัวคอมโพสิตมีข้อดีด้านน้ำหนักและไม่มีชิ้นส่วนหัวเหล็ก แต่การไม่มีโลหะเฉพาะส่วนหัวไม่ได้ยืนยันว่ารองเท้าทั้งคู่เป็นรองเท้าป้องกันไฟฟ้า

ต้องตรวจสอบส่วนประกอบอื่น มาตรฐาน และเอกสารจากผู้ผลิตทุกครั้ง

Safety JK รุ่น SJK-2501 เป็นรองเท้าหัวคอมโพสิตน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับงานที่ต้องการลดน้ำหนักรองเท้า แต่การนำไปใช้ในงานไฟฟ้าต้องตรวจสอบมาตรฐานและข้อกำหนดหน้างานเพิ่มเติมก่อนเสมอ

6. รองเท้าเซฟตี้สำหรับงานติดตั้งและโซลาร์

งานติดตั้งโซลาร์ งานระบบ งานแอร์ และงานภาคสนาม มีทั้งการเดินบนพื้นต่างระดับ การขึ้นลงบันได การขนเครื่องมือ และความเสี่ยงจากเศษวัสดุ

คุณสมบัติที่ควรพิจารณา

น้ำหนักไม่มากเกินไป

ผู้ปฏิบัติงานต้องเคลื่อนไหวและขึ้นลงหลายครั้ง รองเท้าที่หนักเกินความจำเป็นอาจเพิ่มความเมื่อยล้า

พื้นกันวัตถุแหลม

พื้นที่ติดตั้งอาจมีสกรู ตะปู ลวด และเศษวัสดุ จึงควรประเมินความจำเป็นของชั้นป้องกันการแทงทะลุ

การยึดเกาะและความมั่นคง

ต้องเลือกพื้นรองเท้าให้เหมาะกับหลังคา บันได พื้นคอนกรีต หรือพื้นภายนอกที่ต้องใช้งานจริง

คำว่า “กันลื่น” เพียงคำเดียวไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าเหมาะกับทุกพื้นผิว

ความกระชับของรองเท้า

รองเท้าที่หลวมเกินไปอาจทำให้เท้าเคลื่อนภายในรองเท้า ส่วนรองเท้าที่คับเกินไปอาจบีบนิ้วและทำให้ไม่สบายเมื่อสวมใส่นาน

เหมาะกับรองเท้าแบบใด?

งานติดตั้งทั่วไปควรเลือกรองเท้าที่มีน้ำหนักเหมาะสม ยึดเกาะพื้น และมีคุณสมบัติป้องกันวัตถุแหลมตามความเสี่ยง

หากงานเน้นการเดินและต้องการลดน้ำหนักรองเท้า สามารถพิจารณารองเท้าหัวคอมโพสิต แต่ต้องตรวจสอบคุณสมบัติส่วนอื่นให้ครบ ไม่ควรเลือกจากคำว่า “หัวคอมโพสิต” เพียงจุดเดียว

7. รองเท้าเซฟตี้สำหรับโรงงานอาหารและพื้นที่เปียก

โรงงานอาหาร ครัวอุตสาหกรรม พื้นที่ล้าง และไลน์ผลิตที่มีน้ำหรือไขมัน มีความเสี่ยงจากการลื่นสูงกว่าสถานที่แห้งทั่วไป

คุณสมบัติที่ควรพิจารณา

  • การยึดเกาะบนพื้นเปียกหรือมีไขมัน
  • รูปแบบดอกยางที่ทำความสะอาดได้
  • วัสดุส่วนบนที่เหมาะกับการล้างหรือเช็ดทำความสะอาด
  • การป้องกันน้ำเข้าสู่รองเท้าตามระดับที่จำเป็น
  • หัวป้องกันแรงกระแทกในพื้นที่ขนย้าย
  • ข้อกำหนดด้านสุขอนามัยของโรงงาน
  • ความสบายเมื่อต้องยืนเป็นเวลานาน

HSE แนะนำว่าการเลือกรองเท้ากันลื่นต้องพิจารณาร่วมกับความสบาย ความทนทาน และคุณสมบัติด้านความปลอดภัยอื่น ไม่ควรเลือกจากผลด้านการกันลื่นเพียงอย่างเดียว และในงานที่มีความเสี่ยงสูงควรทดลองกับผู้ใช้งานและสภาพพื้นที่จริง

รองเท้ากันน้ำกับรองเท้ากันลื่นเหมือนกันหรือไม่?

ไม่เหมือนกัน

รองเท้ากันน้ำเน้นลดการซึมผ่านของน้ำเข้าสู่รองเท้า ส่วนรองเท้ากันลื่นเน้นการยึดเกาะกับพื้นในเงื่อนไขที่กำหนด

รองเท้าคู่หนึ่งอาจกันน้ำได้ แต่ไม่เหมาะกับพื้นมัน หรืออาจยึดเกาะพื้นเปียกได้ดี แต่ไม่เหมาะกับการแช่น้ำเป็นเวลานาน

8. รองเท้าเซฟตี้สำหรับงานผลิตทั่วไป

คำว่า “โรงงานผลิต” ครอบคลุมพื้นที่หลายรูปแบบ เช่น

  • สายการผลิต
  • จุดประกอบชิ้นงาน
  • เครื่องจักร
  • งานแพ็กสินค้า
  • งานตรวจสอบคุณภาพ
  • งานซ่อมบำรุง
  • คลังวัตถุดิบ
  • พื้นที่ขนส่งภายใน

จึงไม่ควรใช้รองเท้ารุ่นเดียวกันทั้งโรงงานโดยไม่ประเมินความเสี่ยงของแต่ละแผนก

ตัวอย่างการแยกตามตำแหน่ง

ตำแหน่งหรือพื้นที่สิ่งที่ควรเน้น
พนักงานสายการผลิตความพอดี น้ำหนัก และความสบายเมื่อยืน
ช่างซ่อมบำรุงหัวป้องกัน พื้นกันทะลุ พื้นเหมาะกับน้ำมัน
พนักงานคลังสินค้าน้ำหนักเบา การซับแรง และการยึดเกาะ
พนักงาน QCความคล่องตัวและข้อกำหนดเฉพาะพื้นที่
พนักงานโหลดสินค้าหัวป้องกันและพื้นยึดเกาะ
พื้นที่อิเล็กทรอนิกส์คุณสมบัติ ESD ตามระบบของโรงงาน
พื้นที่เปียกพื้นรองเท้าเหมาะกับน้ำและสารปนเปื้อน

วิธีนี้ช่วยลดปัญหาซื้อรองเท้าที่มีคุณสมบัติเกินความจำเป็นให้บางแผนก ขณะเดียวกันก็ป้องกันไม่ให้บางแผนกได้รับรองเท้าที่ป้องกันไม่เพียงพอ

วิธีเลือกรองเท้าเซฟตี้ให้ตรงกับงานใน 5 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 สำรวจอันตรายในพื้นที่

เดินตรวจพื้นที่จริงและบันทึกว่าเท้าของพนักงานอาจได้รับอันตรายจากอะไร

อย่าดูเฉพาะงานประจำ แต่ควรรวมถึงงานฉุกเฉิน งานทำความสะอาด งานซ่อมบำรุง และเส้นทางที่พนักงานต้องเดินผ่านด้วย

ขั้นตอนที่ 2 แยกความเสี่ยงตามแผนก

ไม่ควรสรุปว่าโรงงานทั้งหมดมีความเสี่ยงเหมือนกัน

ตัวอย่างเช่น พนักงานออฟฟิศ พนักงานคลังสินค้า และช่างซ่อมบำรุง อาจต้องใช้รองเท้าคนละรูปแบบ แม้อยู่ในบริษัทเดียวกัน

ขั้นตอนที่ 3 กำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำ

กำหนดเฉพาะคุณสมบัติที่จำเป็น เช่น

  • หัวป้องกันแรงกระแทก
  • พื้นป้องกันการแทงทะลุ
  • คุณสมบัติ ESD
  • พื้นทนน้ำมัน
  • การยึดเกาะบนพื้นเปียก
  • การป้องกันน้ำ
  • รูปแบบ Low Cut หรือ High Cut
  • วัสดุส่วนบน
  • น้ำหนักและความพอดี

ขั้นตอนที่ 4 ตรวจมาตรฐานและเอกสาร

สำหรับรองเท้าหนังนิรภัยในประเทศไทย สามารถตรวจสอบมาตรฐาน มอก. 523-2564 ซึ่งครอบคลุมรองเท้าหนังนิรภัยที่ทำจากหนังแท้หรือหนังเทียมตามขอบเขตที่มาตรฐานกำหนด ไม่ควรเหมารวมว่ารองเท้าเซฟตี้ทุกวัสดุหรือทุกประเภทอยู่ภายใต้มาตรฐานฉบับนี้โดยอัตโนมัติ

เอกสารที่ฝ่ายจัดซื้อควรขอ ได้แก่

  • รายละเอียดผลิตภัณฑ์
  • มาตรฐานที่ผลิตภัณฑ์อ้างอิง
  • เอกสารหรือผลทดสอบที่เกี่ยวข้อง
  • ตารางไซส์
  • เงื่อนไขการเปลี่ยนไซส์
  • ระยะเวลาจัดส่ง
  • จำนวนสินค้าพร้อมส่ง
  • เงื่อนไขการรับประกันหรือการเคลม

ขั้นตอนที่ 5 ทดลองใส่ก่อนสั่งจำนวนมาก

หากต้องสั่งให้พนักงานจำนวนมาก ควรนำตัวอย่างไปทดลองกับกลุ่มผู้ใช้งานจริง

ควรทดสอบอย่างน้อยเรื่องต่อไปนี้

  • ความพอดีบริเวณหน้าเท้า
  • หัวรองเท้าบีบนิ้วหรือไม่
  • ส้นเท้าหลุดขณะเดินหรือไม่
  • ความรู้สึกเมื่อต้องเดินและยืนนาน
  • การยึดเกาะบนพื้นจริง
  • น้ำหนักรองเท้า
  • ความร้อนและการระบายอากาศ
  • ความสะดวกในการสวมและถอด

รองเท้าที่พอดีช่วยเพิ่มความสบายและลดความเมื่อยล้าได้ ขณะที่ PPE ที่ไม่พอดีอาจทำให้ผู้ใช้งานเคลื่อนไหวไม่สะดวกหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการสะดุดล้ม

เลือกหัวเหล็กหรือหัวคอมโพสิตดี?

หัวเหล็กและหัวคอมโพสิตมีหน้าที่ช่วยป้องกันบริเวณนิ้วเท้า แต่ไม่ควรเลือกจากชื่อวัสดุเพียงอย่างเดียว

หัวเหล็ก

จุดเด่นที่พบได้ทั่วไปคือ

  • มีการใช้งานแพร่หลายในรองเท้านิรภัย
  • แข็งแรงและรองรับการออกแบบสำหรับงานอุตสาหกรรม
  • มักมีราคาที่เข้าถึงได้

ข้อพิจารณาคือ

  • อาจมีน้ำหนักมากกว่าวัสดุบางประเภท
  • มีโลหะอยู่ในส่วนหัวรองเท้า
  • ต้องตรวจสอบรูปทรงและพื้นที่หน้าเท้าว่าพอดีกับผู้ใช้หรือไม่

หัวคอมโพสิต

จุดเด่นที่พบได้ทั่วไปคือ

  • ไม่มีหัวเหล็ก
  • ช่วยลดน้ำหนักได้ในรองเท้าบางรุ่น
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องเดินและเคลื่อนไหวมาก

ข้อพิจารณาคือ

  • คำว่า “คอมโพสิต” ไม่ได้ยืนยันระดับการป้องกัน ต้องดูผลทดสอบ
  • ไม่ได้แปลว่ารองเท้าทั้งคู่ไม่มีโลหะ
  • ไม่ได้แปลว่าเป็นรองเท้าป้องกันไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ

ไม่ว่าจะเลือกแบบใด สิ่งสำคัญที่สุดคือผลิตภัณฑ์ต้องผ่านข้อกำหนดที่เหมาะกับความเสี่ยงหน้างาน

เลือกพื้นรองเท้า PU, TPU, EVA หรือ NBR อย่างไร?

วัสดุพื้นรองเท้าแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและสูตรการผลิตแตกต่างกัน แม้ใช้ชื่อวัสดุเดียวกัน ประสิทธิภาพก็อาจไม่เหมือนกันในทุกรุ่น

จึงไม่ควรสรุปจากชื่อวัสดุเพียงอย่างเดียว

PU

มักถูกใช้ในรองเท้าเซฟตี้หลายประเภท เพราะสามารถออกแบบให้มีน้ำหนักเหมาะสมและรองรับแรงกระแทกได้

ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเรื่องสูตรวัสดุ ความหนาแน่น การทนน้ำมัน และข้อจำกัดในการเก็บรักษา

TPU

มักใช้ในส่วนที่ต้องการความทนต่อการเสียดสีและความยืดหยุ่น แต่ประสิทธิภาพจริงขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นรองเท้าและสูตรวัสดุ

EVA

มีน้ำหนักค่อนข้างเบาและนิยมใช้เพื่อช่วยซับแรงในรองเท้าหลายประเภท แต่ต้องดูว่ามีชั้นยางหรือวัสดุอื่นเสริมในส่วนสัมผัสพื้นหรือไม่

NBR

เป็นยางที่มักถูกเลือกใช้ในงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันหรือสภาพอุตสาหกรรมบางประเภท แต่ต้องตรวจสอบข้อมูลจากผู้ผลิตว่าสามารถรองรับสารและอุณหภูมิแบบใด

วัสดุพื้นรองเท้าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเลือก ยังต้องพิจารณาดอกยาง พื้นผิว สารปนเปื้อน และวิธีใช้งานจริงร่วมกัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเลือกรองเท้าเซฟตี้

เลือกจากราคาต่อคู่เพียงอย่างเดียว

รองเท้าที่ราคาต่ำกว่าอาจไม่ได้มีต้นทุนรวมต่ำกว่าเสมอไป หากเกิดปัญหาเปลี่ยนไซส์บ่อย พนักงานไม่ยอมใส่ สินค้าขาดเมื่อสั่งซ้ำ หรือมีอายุการใช้งานไม่เหมาะกับงาน

ใช้รุ่นเดียวกันทุกแผนก

แต่ละพื้นที่มีความเสี่ยงต่างกัน การใช้รุ่นเดียวกันทั้งหมดอาจทำให้บางตำแหน่งได้รับการป้องกันไม่เพียงพอ ขณะที่บางตำแหน่งต้องใส่รองเท้าหนักเกินความจำเป็น

เชื่อคำว่า “กันลื่น” โดยไม่ดูพื้นจริง

ไม่มีรองเท้ารุ่นเดียวที่ให้ประสิทธิภาพเหมือนกันบนทุกพื้นผิวและสารปนเปื้อน

ควรทดลองรองเท้าบนพื้นจริง โดยเฉพาะโรงงานที่มีน้ำ น้ำมัน ไขมัน ผงฝุ่น หรือสารเคมี

สั่งจากไซส์รองเท้าผ้าใบเดิมทันที

รูปทรงรองเท้าเซฟตี้แต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน พนักงานที่ใส่รองเท้าผ้าใบเบอร์เดียวกันอาจต้องใช้รองเท้าเซฟตี้คนละไซส์

ควรวัดเท้าและทดลองใส่ก่อนสั่งจำนวนมาก

มองข้ามความสบาย

รองเท้าที่ป้องกันได้ดีแต่พนักงานใส่แล้วเจ็บ บีบนิ้ว หนัก หรือหลวมเกินไป อาจทำให้เกิดการร้องเรียนและลดความร่วมมือในการสวม PPE

การเลือกจึงต้องสมดุลระหว่างการป้องกัน ความพอดี ความทนทาน และลักษณะงาน

Checklist ก่อนสั่งรองเท้าเซฟตี้เข้าโรงงาน

ก่อนอนุมัติสั่งซื้อ จป. และฝ่ายจัดซื้อสามารถตรวจสอบตามรายการนี้

  • ระบุประเภทงานและพื้นที่ใช้งานแล้ว
  • ประเมินความเสี่ยงต่อเท้าของแต่ละแผนกแล้ว
  • กำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำที่จำเป็นแล้ว
  • ตรวจมาตรฐานและเอกสารของรุ่นที่จะซื้อแล้ว
  • ตรวจสอบพื้นรองเท้ากับสภาพพื้นจริงแล้ว
  • ตรวจสอบการสัมผัสน้ำ น้ำมัน หรือสารเคมีแล้ว
  • ทดลองไซส์กับผู้ใช้งานจริงแล้ว
  • มีไซส์ครอบคลุมพนักงานชายและหญิง
  • ทราบเงื่อนไขเปลี่ยนไซส์
  • ทราบจำนวนสินค้าพร้อมส่ง
  • ทราบระยะเวลาจัดส่งหรือผลิตเพิ่ม
  • มีแผนสำรองสำหรับพนักงานเข้าใหม่
  • มีวิธีตรวจรับสินค้าก่อนแจก
  • มีแนวทางตรวจสภาพและเปลี่ยนรองเท้า

คำถามที่พบบ่อย

รองเท้าเซฟตี้ทุกงานต้องมีหัวเหล็กหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องเป็นหัวเหล็กทุกกรณี แต่หากพื้นที่มีความเสี่ยงจากวัตถุตกหรือแรงกด ควรใช้หัวรองเท้าที่ผ่านข้อกำหนดด้านการป้องกันที่เหมาะสม ซึ่งอาจผลิตจากเหล็กหรือวัสดุอื่นก็ได้

ควรดูมาตรฐานและผลการทดสอบ ไม่ควรดูจากชื่อวัสดุอย่างเดียว

รองเท้าเซฟตี้กันตะปูจำเป็นกับทุกโรงงานหรือไม่?

ไม่จำเป็นกับทุกพื้นที่

ควรใช้เมื่อมีความเสี่ยงจากตะปู เศษโลหะ หรือวัตถุแหลมแทงทะลุพื้น เช่น งานก่อสร้าง ซ่อมบำรุง หรือพื้นที่จัดการเศษวัสดุ

รองเท้าพื้นทนน้ำมันหมายถึงกันลื่นด้วยหรือไม่?

ไม่ใช่ความหมายเดียวกัน

ความทนน้ำมันเกี่ยวข้องกับความสามารถของวัสดุพื้นในการทนต่อผลกระทบจากน้ำมัน ขณะที่การกันลื่นเกี่ยวข้องกับแรงยึดเกาะระหว่างพื้นรองเท้า พื้นผิว และสารปนเปื้อน

ควรตรวจสอบทั้งสองเรื่องแยกกัน

รองเท้า ESD ใช้แทนรองเท้ากันไฟฟ้าได้หรือไม่?

ไม่ควรใช้แทนกัน

รองเท้า ESD ออกแบบมาเพื่อช่วยควบคุมการถ่ายเทประจุไฟฟ้าสถิตในระบบที่เหมาะสม ไม่ได้หมายความว่าสามารถป้องกันไฟฟ้าช็อตได้

รองเท้าหุ้มข้อปลอดภัยกว่า Low Cut เสมอหรือไม่?

ไม่เสมอไป

รองเท้าหุ้มข้ออาจช่วยเพิ่มความกระชับและป้องกันสิ่งสกปรก แต่การเลือกต้องดูความคล่องตัว พื้นที่เดิน ความเสี่ยงจากการพลิกข้อเท้า และลักษณะงานร่วมกัน

สั่งรองเท้าเซฟตี้ให้พนักงานควรเผื่อไซส์หรือไม่?

ไม่ควรเพิ่มไซส์ให้ทุกคนโดยอัตโนมัติ

ควรวัดความยาวและความกว้างของเท้า ทดลองใส่พร้อมถุงเท้าที่ใช้ทำงานจริง และตรวจว่ามีพื้นที่บริเวณนิ้วเท้าเพียงพอโดยไม่หลวมบริเวณส้น

สรุป รองเท้าเซฟตี้ที่ดีที่สุด คือรุ่นที่ตรงกับงานจริง

รองเท้าเซฟตี้ไม่มีรุ่นเดียวที่เหมาะกับทุกโรงงานและทุกตำแหน่ง

งานคลังสินค้าควรให้ความสำคัญกับน้ำหนัก ความสบาย และการเดินทั้งวัน

งานก่อสร้างควรพิจารณาหัวป้องกันและชั้นป้องกันการแทงทะลุ

โรงงานน้ำมันและอู่ซ่อมรถต้องตรวจสอบทั้งความเหมาะสมกับน้ำมันและการยึดเกาะบนพื้นจริง

โรงงานอิเล็กทรอนิกส์อาจต้องใช้รองเท้า ESD ที่ทำงานร่วมกับระบบของพื้นที่

ส่วนงานช่างไฟต้องเลือกรองเท้าตามความเสี่ยงทางไฟฟ้าและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เลือกจากคำว่าไม่มีโลหะเพียงอย่างเดียว

หลักสำคัญคือ

  1. ประเมินความเสี่ยงก่อนเลือกสินค้า
  2. กำหนดคุณสมบัติให้ตรงกับแต่ละแผนก
  3. ตรวจสอบมาตรฐานและเอกสาร
  4. ทดลองใส่กับผู้ใช้งานจริง
  5. เปรียบเทียบต้นทุนรวม ไม่ใช่เฉพาะราคาต่อคู่

ให้ Safety JK ช่วยเลือกรองเท้าเซฟตี้ให้ตรงกับงานของคุณ

Safety JK มีรองเท้าเซฟตี้สำหรับงานคลังสินค้า โรงงานอุตสาหกรรม งานน้ำมัน งานก่อสร้าง งานติดตั้ง และการสั่งซื้อสำหรับองค์กร

สำหรับการขอคำแนะนำ กรุณาแจ้งข้อมูลเบื้องต้นดังนี้

  • ประเภทโรงงานหรือธุรกิจ
  • ลักษณะงานของผู้สวมใส่
  • สภาพพื้นหน้างาน
  • ความเสี่ยงที่ต้องการป้องกัน
  • จำนวนคู่
  • ช่วงไซส์ของพนักงาน
  • จังหวัดจัดส่ง
  • วันที่ต้องการสินค้า

ทีมงานจะช่วยแนะนำรุ่นที่เหมาะสม พร้อมจัดทำใบเสนอราคาสำหรับบริษัทและองค์กร

ดูรองเท้าเซฟตี้ทั้งหมด: https://safetyjk.com/product-category/safety-shoes/

ดูรองเท้าเซฟตี้ มอก.: https://safetyjk.com/product-category/safety-tis/

อ่านคู่มือมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้: https://safetyjk.com/safety-standards/

บทความแนะนำรองเท้าเซฟตี้ยอดนิยม: https://safetyjk.com/safety-shoes-best-2026/

สอบถามสินค้าและขอใบเสนอราคาองค์กร: LINE @safetyjk

safety jk ขายรองเท้าเซฟตี้ รองเท้านิรภัยราคาส่ง safety jk

Safety JK ผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าเซฟตี้และอุปกรณ์ป้องกันในโรงงาน มีประสบการณ์ในการให้คำแนะนำลูกค้าองค์กร