มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ มอก.523-2564, ANSI, EN ISO 20345 ต่างกันยังไง? [อัปเดต 2026]

มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ มีอะไรบ้าง ?
✅ ผ่านมาตรฐาน มอก.523-2564
✅ เทียบ ANSI / EN ISO 20345
✅ เหมาะกับโรงงานและคลังสินค้า
✅ รองรับงานอุตสาหกรรมจริง

รองเท้าเซฟตี้ที่ได้มาตรฐาน ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุในโรงงาน งานก่อสร้าง และงานอุตสาหกรรม พร้อมช่วยให้องค์กรผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในการทำงาน

Table of Contents

รองเท้าเซฟตี้หนังแท้

ดูรองเท้าเซฟตี้มาตรฐาน มอก.

การเปรียบเทียบมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ต่างประเทศ กับ มอก. ไทย

นอกจากมาตรฐาน มอก. 523-2564 (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไทย) ที่โรงงานและหน่วยงานในไทยต้องบังคับใช้เป็นหลักแล้ว สำหรับหน้างานที่มีการอ้างอิงสเปกจากต่างประเทศ สามารถดูตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติพื้นฐานเพื่อเลือกใช้งานให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ดังนี้ครับ:

1. มาตรฐาน EN ISO 20345 (ยุโรป)

เป็นมาตรฐานสากลที่ไทยนำมาใช้อ้างอิงในการปรับปรุง มอก. ล่าสุด โดยแบ่งระดับการปกป้อง เช่น S1, S2, S3 ซึ่งรองเท้าเซฟตี้ มอก. ของ Safety JK มีสเปกและการทดสอบที่เทียบเท่ามาตรฐานยุโรปตัวนี้ ทำให้มั่นใจได้ในหน้างานระดับสากล

2. มาตรฐาน ANSI Z41 / ASTM F2413 (อเมริกา)

เน้นการทดสอบการรับแรงกระแทกที่หัวรองเท้า (Impact) และแรงกด (Compression) รวมถึงการป้องกันกระแสไฟฟ้าช็อต ซึ่งสเปกหนังแท้และหัวเหล็กของ Safety JK ได้รับการออกแบบให้รองรับหน้างานตามมาตรฐานนี้เช่นกัน

3. มาตรฐาน OSHA (องค์กรความปลอดภัยสหรัฐฯ)

เป็นข้อกำหนดในการควบคุมให้พนักงานในพื้นที่เสี่ยงต้องสวมใส่รองเท้าเซฟตี้ที่ผ่านมาตรฐาน ASTM เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากของตกใส่หรือสิ่งมีคมบาด

จป. และฝ่ายจัดซื้อต้องการข้อมูลเปรียบเทียบเชิงลึก ได้ที่ รองเท้าเซฟตี้สำหรับงานอุตสาหกรรม

รองเท้าเซฟตี้มอก.523-2564

ตารางเปรียบเทียบระดับการปกป้อง มอก. 523-2564 และ EN ISO 20345

เพื่อให้ฝ่ายจัดซื้อและ จป.วิชาชีพ สามารถเลือกสเปกรองเท้าเซฟตี้ให้ตรงกับประเภทงานได้ง่ายขึ้น สามารถดูสรุปสัญลักษณ์รหัสย่อตามมาตรฐานสากลที่เทียบเท่า มอก. ได้ดังนี้

รหัสสัญลักษณ์คุณสมบัติการปกป้องพื้นฐานหน้างานที่เหมาะสมรองเท้าเซฟตี้ Safety JK
SBหัวเหล็กรับแรงกระแทก 200 จูลงานทั่วไป, คลังสินค้ามีทุกรุ่น
S1หัวเหล็ก + ป้องกันไฟฟ้าสถิต + ส้นรองเท้ารับแรงกระแทกงานอิเล็กทรอนิกส์, โรงงานทั่วไปมีทุกรุ่น
S1Pคุณสมบัติสเปก S1 + เสริมแผ่นต้านทานการทะลุทะลวง (ตะปู)งานซ่อมบำรุง, ไซต์ก่อสร้างเบามีทุกรุ่น
S2คุณสมบัติสเปก S1 + เพิ่มการกันน้ำซึมผ่านหน้าหมวกหนังงานสารเคมี, หน้างานชื้นแฉะมีทุกรุ่น
S3คุณสมบัติสเปก S2 + เสริมแผ่นกันทะลุ + พื้นดอกยางหนาพิเศษงานหนัก, ไซต์ก่อสร้างใหญ่, เหมืองแร่มีทุกรุ่น

มาตรฐานนี้ครอบคลุมทั้งเรื่อง:

  • ความแข็งแรงของหัวรองเท้า
  • การป้องกันแรงกระแทก
  • การกันลื่น
  • การป้องกันการแทงทะลุ
  • ความต้านทานไฟฟ้าสถิต
  • คุณภาพของวัสดุและพื้นรองเท้า

โดยอ้างอิงแนวทางจากมาตรฐานสากล เช่น EN ISO 20345 เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมจริง

มอก. 523-2564 ครอบคลุมรองเท้านิรภัยแบบไหนบ้าง?

ตามมาตรฐาน มอก. 523-2564 รองเท้านิรภัยสามารถแบ่งออกได้หลายประเภท เพื่อให้เหมาะกับลักษณะงานอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน

เช่น:

  • รองเท้าหุ้มสั้น (Low Shoe)
  • รองเท้าหุ้มข้อ (Ankle Boot)
  • รองเท้าครึ่งแข้ง (Half-Knee Boot)
  • รองเท้าเต็มแข้ง (Knee-Height Boot)
  • รองเท้าเต็มขา (Thigh Boot)

รองเท้าแต่ละประเภทถูกออกแบบมาให้เหมาะกับลักษณะงานเฉพาะทาง

ตัวอย่างเช่น รองเท้าหุ้มสั้นมักนิยมใช้ในโรงงานทั่วไปและคลังสินค้า เพราะน้ำหนักเบาและเคลื่อนไหวง่าย ส่วนรองเท้าเต็มแข้งจะเหมาะกับพื้นที่เปียก งานหนัก หรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงมากกว่า

การเลือกประเภทของรองเท้าเซฟตี้ให้เหมาะกับลักษณะงาน จะช่วยเพิ่มทั้งความปลอดภัยและความสบายในการใช้งานระยะยาว

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ รองเท้าเซฟตี้สำหรับงานอุตสาหกรรม

รองเท้าเซฟต มอก. 523-2564 ทดสอบอะไรบ้าง?

รองเท้าเซฟตี้ที่ผ่านมาตรฐาน มอก. 523-2564 จะต้องผ่านการทดสอบหลายด้าน เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในโรงงานและพื้นที่อุตสาหกรรมจริง

การทดสอบสำคัญที่อยู่ในมาตรฐาน เช่น:

  • การทดสอบแรงกระแทกบริเวณหัวรองเท้า
  • การทดสอบแรงกดทับ
  • การทดสอบพื้นกันลื่น
  • การทดสอบพื้นรองเท้า
  • การป้องกันการแทงทะลุ
  • การทดสอบไฟฟ้าสถิต
  • ความแข็งแรงของวัสดุ

สิ่งเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่พบได้บ่อยในโรงงาน เช่น ของตกใส่เท้า การลื่นล้ม หรือของมีคมแทงทะลุพื้นรองเท้า

รองเท้าเซฟตี้ที่ไม่มีมาตรฐาน อาจดูคล้ายรองเท้านิรภัยทั่วไป แต่ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยในการใช้งานอุตสาหกรรมได้จริง

การทดสอบพื้นกันลื่น (Slip Resistance)

หนึ่งในคุณสมบัติสำคัญของรองเท้าเซฟตี้สำหรับโรงงาน คือ “ความต้านการลื่น” เพราะอุบัติเหตุจากการลื่นล้มเกิดขึ้นได้บ่อยในพื้นที่อุตสาหกรรม โดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำ น้ำมัน หรือพื้นผิวโลหะ

ตามมาตรฐาน มอก. 523-2564 มีการอ้างอิงการทดสอบตาม ISO 13287 เพื่อประเมินประสิทธิภาพของพื้นรองเท้าในการยึดเกาะพื้นผิวประเภทต่างๆ

รองเท้าเซฟตี้ที่มีพื้นกันลื่นที่ดี จะช่วยลดความเสี่ยงในการ:

  • ลื่นล้มในโรงงาน
  • เดินบนพื้นเปียก
  • ทำงานในพื้นที่น้ำมัน
  • เคลื่อนย้ายสินค้าในคลังสินค้า

โดยเฉพาะงาน:

  • โรงงานอาหาร
  • โลจิสติกส์
  • คลังสินค้า
  • โรงงานเครื่องจักร

ควรเลือกรองเท้าที่มีดอกยางและพื้นรองเท้าที่ออกแบบสำหรับงานอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ

พื้นรองเท้าเซฟตี้ มอก ต้องหนาเท่าไร?

มาตรฐาน มอก. 523-2564 มีการกำหนดรายละเอียดของพื้นรองเท้า เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานอุตสาหกรรมจริง

ทั้งเรื่อง:

  • ความหนาของพื้นรองเท้า
  • ความสูงของดอกยาง
  • ความแข็งแรงของพื้นรองเท้า
  • การยึดเกาะพื้น

รายละเอียดเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อ:

  • ความปลอดภัย
  • การกันลื่น
  • อายุการใช้งาน
  • ความทนทานต่อพื้นโรงงาน

โดยเฉพาะงานคลังสินค้าและงานโลจิสติกส์ ที่ต้องเดินบนพื้นแข็งหรือพื้นเปียกตลอดทั้งวัน

แผ่นป้องกันการแทงทะลุ คือ อะไร?

แผ่นป้องกันการแทงทะลุ (Penetration-Resistant Insert) คือชั้นวัสดุเสริมภายในพื้นรองเท้า ที่ช่วยป้องกันตะปู เศษเหล็ก หรือของมีคมแทงทะลุเข้าสู่เท้า

คุณสมบัตินี้สำคัญมากสำหรับ:

  • งานก่อสร้าง
  • โรงงานอุตสาหกรรม
  • คลังสินค้า
  • พื้นที่ที่มีเศษวัสดุหรือของมีคม

รองเท้าเซฟตี้ที่มีแผ่นกันแทงทะลุ จะช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการเหยียบของมีคมได้อย่างมาก

รองเท้า Antistatic คืออะไร?

รองเท้า Antistatic หรือรองเท้าป้องกันไฟฟ้าสถิต เป็นรองเท้าเซฟตี้ที่ช่วยควบคุมการสะสมของประจุไฟฟ้าระหว่างการทำงาน เพื่อลดความเสี่ยงต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และความเสียหายที่เกิดจากไฟฟ้าสถิต

ตามมาตรฐาน มอก. 523-2564 จะมีการกำหนดค่าความต้านทานไฟฟ้าไว้ในช่วงที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้รองเท้าสามารถระบายประจุไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัย

รองเท้าประเภทนี้นิยมใช้ใน:

  • โรงงานอิเล็กทรอนิกส์
  • โรงงานชิ้นส่วนไฟฟ้า
  • Data Center
  • พื้นที่ควบคุมไฟฟ้าสถิต

หัวคอมโพสิตผ่าน มอก ได้ไหม?

หลายคนเข้าใจว่า รองเท้าที่ผ่าน มอก. จะต้องเป็น “หัวเหล็ก” เท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว รองเท้าหัวคอมโพสิตก็สามารถผ่านมาตรฐาน มอก. 523-2564 ได้ หากผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยตามข้อกำหนดของมาตรฐาน

หัวคอมโพสิตมีจุดเด่นคือ:

  • น้ำหนักเบา
  • ไม่นำไฟฟ้า
  • ผ่านเครื่องสแกนโลหะได้ง่ายกว่า
  • เดินสบายกว่าในบางลักษณะงาน

จึงได้รับความนิยมมากขึ้นใน:

  • คลังสินค้า
  • โลจิสติกส์
  • โรงงานอิเล็กทรอนิกส์
  • งานที่ต้องเดินทั้งวัน

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ รองเท้าเซฟตี้หัวคอมโพสิต ผ่าน มอก. ไหม?

วิธีดูรองเท้าเซฟตี้ มอก ของแท้

ก่อนเลือกซื้อรองเท้าเซฟตี้ ควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญ เช่น:

  • มาตรฐาน มอก.
  • รายละเอียดผู้ผลิต
  • ข้อมูลการทดสอบ
  • คุณสมบัติพื้นกันลื่น
  • ประเภทหัวนิรภัย
  • วัสดุพื้นรองเท้า

โดยเฉพาะงานโรงงานและงานอุตสาหกรรม ควรเลือกจากผู้จำหน่ายที่มีข้อมูลมาตรฐานชัดเจน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้งานรองเท้าที่ไม่ได้มาตรฐานจริง

รองเท้าเซฟตี้ที่ผ่านมาตรฐาน จะช่วยเพิ่มทั้งความปลอดภัย อายุการใช้งาน และความมั่นใจในการทำงานระยะยาว

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ รองเท้าเซฟตี้มาตรฐานโรงงาน

เข้าดูรองเท้าเซฟตี้ มาตรฐานมอก.523-2564 ได้ที่นี่

เลือกรองเท้าเซฟตี้ตามลักษณะงาน

เลือกให้ตรงกับหน้างาน เพื่อความปลอดภัยและการใช้งานที่เหมาะกว่า

รองเท้าเซฟตี้ของ Safety JK ได้รับมาตรฐาน มอก. 523-2564 จริงไหม?

จริงแท้ 100% ครับ รองเท้าเซฟตี้จาก Safety JK ทุกรุ่นในหมวดหมู่ มอก. ผ่านการทดสอบและได้รับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 523-2564 อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีเลขที่ใบอนุญาตชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ และพร้อมส่งมอบสำเนาใบเซอร์ให้ฝ่ายจัดซื้อและ จป. เพื่อแนบเอกสารอนุมัติงานได้ทันที

สั่งซื้อจำนวนมากสำหรับโรงงาน/องค์กร มีส่วนลดพิเศษและขอใบเสนอราคาอย่างไร?

สำหรับลูกค้าองค์กร คลังสินค้า หรือโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องการสั่งซื้อล๊อตใหญ่ เรามีราคาส่ง (Bulk Price) สุดพิเศษให้ทันทีครับ ท่านสามารถกดขอใบเสนอราคา (Quotation) ผ่านหน้าเว็บไซต์ หรือทักแชทแจ้งรุ่น ไซส์ และจำนวนที่ต้องการ พร้อมข้อมูลบริษัท เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายของเราจะออกใบเสนอราคาอย่างเป็นทางการส่งให้ท่านทางอีเมลภายใน 1 ชั่วโมงครับ

หัวรองเท้าเซฟตี้ มอก. ของ Safety JK เป็นหัวเหล็กหรือหัวคอมโพสิต และรับแรงกระแทกได้เท่าไหร่?

รองเท้าเซฟตี้ของ Safety JK มีให้เลือกทั้งแบบ หัวเหล็กระดับท็อป และ หัวคอมโพสิตน้ำหนักเบา โดยทุกแบบผ่านการทดสอบตามเกณฑ์มาตรฐาน มอก. 523-2564 สามารถรองรับแรงกระแทกได้สูงสุดถึง 200 จูล ทนทานต่อแรงบีบอัดหน้างานได้อย่างดีเยี่ยม มั่นใจได้ว่าปลอดภัยต่อเท้าของพนักงานช่างและผู้ปฏิบัติงานแน่นอนครับ

ทางร้านมีบริการจัดส่งสินค้าอย่างไร และสามารถเปลี่ยนไซส์ได้ไหมหากพนักงานใส่ไม่พอดี?

เรามีบริการจัดส่งด่วนทั่วประเทศ และสำหรับลูกค้าองค์กรเรามีบริการจัดส่งฟรีตามเงื่อนไขที่กำหนดครับ ในกรณีที่พนักงานคลังสินค้าหรือโรงงานนำไปสวมใส่แล้วไม่พอดี ยัดเท้าไม่เข้า หรือหลวมเกินไป Safety JK มีนโยบายรับเปลี่ยนไซส์สินค้าได้ภายใน 7 วัน (สินค้าต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์และยังไม่ผ่านการใช้งานหน้างานจริง) เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนจะได้สวมใส่รองเท้าที่สบายและปลอดภัยที่สุดครับ

อ่านเพิ่มเติมกับเรื่องที่เกี่ยวข้อง : กฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน 2569

Safety JK คือ ผู้จัดจำหน่ายรองเท้าเซฟตี้ที่ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 523-2564 ตัวรองเท้าผ่านการทดสอบหัวเหล็กรับแรงกระแทก 200 จูล

safety jk ขายรองเท้าเซฟตี้ รองเท้านิรภัยราคาส่ง safety jk

Safety JK ผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าเซฟตี้และอุปกรณ์ป้องกันในโรงงาน มีประสบการณ์ในการให้คำแนะนำลูกค้าองค์กร