เคยหยิบถุงมือนิรภัยขึ้นมาแล้วเห็นสัญลักษณ์รูปโล่ พร้อมตัวเลขและตัวอักษร เช่น 4X43F หรือ 4121X แล้วสงสัยไหมว่า ตัวเลขเหล่านี้หมายถึงอะไร?
สำหรับพนักงานทั่วไปอาจมองว่าเป็นเพียงรหัสบนถุงมือ แต่สำหรับ จป. ฝ่ายจัดซื้อ หรือโรงงานที่ต้องเลือก PPE ให้พนักงาน รหัสเหล่านี้มีความสำคัญ เพราะเป็นข้อมูลที่ช่วยบอกว่า ถุงมือผ่านการทดสอบด้านใด และมีระดับสมรรถนะเท่าไร
หนึ่งในมาตรฐานที่พบได้บ่อยบนถุงมือสำหรับงานอุตสาหกรรม คือ EN 388
บทความนี้ Safety JK จะอธิบาย EN 388 แบบไม่ซับซ้อน ตั้งแต่มาตรฐานนี้ใช้กับอะไร วิธีอ่านตัวเลขแต่ละตำแหน่ง ไปจนถึงวิธีนำข้อมูลไปเลือกถุงมือให้เหมาะกับงานจริง
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกถุงมือชนิดไหนก่อน แนะนำให้อ่าน วิธีเลือกถุงมือนิรภัยให้เหมาะกับลักษณะงาน ก่อน แล้วค่อยกลับมาใช้บทความนี้สำหรับดูรายละเอียดเรื่องมาตรฐาน

EN 388 คืออะไร?
EN 388 เป็นมาตรฐานที่ใช้ประเมินสมรรถนะของถุงมือป้องกันต่อความเสี่ยงเชิงกล (Mechanical Risks) เช่น
- การเสียดสี
- การบาด
- การฉีกขาด
- การเจาะทะลุ
- การบาดตามวิธีทดสอบ ISO 13997
- การป้องกันแรงกระแทกในกรณีที่มีการทดสอบเพิ่มเติม
ดังนั้น การเห็นคำว่า EN 388 ไม่ได้หมายความว่า “ถุงมือคู่นี้กันได้ทุกอย่าง”
แต่หมายความว่า ถุงมือได้รับการทดสอบตามวิธีที่มาตรฐานกำหนดในด้านที่ระบุไว้
นี่เป็นจุดสำคัญมาก เพราะถุงมือที่ได้คะแนนกันบาดสูง อาจไม่ได้เหมาะกับสารเคมี ความร้อน หรือไฟฟ้าเลยก็ได้
วิธีอ่านรหัส EN 388 บนถุงมือเซฟตี้
มาตรฐาน EN 388 รุ่นปัจจุบันที่พบกันแพร่หลายจะมีรหัสสมรรถนะสูงสุด 6 ตำแหน่ง ตัวอย่างเช่น
4 X 4 3 F P
แต่ละตำแหน่งไม่ได้หมายถึงเรื่องเดียวกัน
| ตำแหน่ง | การทดสอบ | ระดับ |
|---|---|---|
| 1 | Abrasion Resistance | 1–4 |
| 2 | Blade Cut Resistance (Coup Test) | 1–5 หรือ X |
| 3 | Tear Resistance | 1–4 |
| 4 | Puncture Resistance | 1–4 |
| 5 | ISO 13997 Cut Resistance | A–F หรือ X |
| 6 | Impact Protection | P หากผ่าน หรืออาจไม่แสดง |
ดังนั้น เวลาดูถุงมือ EN 388 อย่าดูแค่ว่าตัวเลขเยอะหรือเลขสูง แต่ต้องรู้ก่อนว่างานของเรามีความเสี่ยงด้านไหน
ตำแหน่งที่ 1: Abrasion Resistance – ความทนต่อการเสียดสี
ตัวเลขตัวแรกใช้บอกระดับความทนต่อ การเสียดสี (Abrasion)
ระดับจะอยู่ตั้งแต่
1 ถึง 4
ยิ่งระดับสูง หมายถึงตัวอย่างถุงมือทนต่อจำนวนรอบการเสียดสีตามการทดสอบได้มากขึ้น
คุณสมบัตินี้มีความสำคัญกับงาน เช่น
- ยกกล่อง
- ขนย้ายสินค้า
- งานคลังสินค้า
- จับวัสดุผิวหยาบ
- งานประกอบ
- งานที่ต้องจับชิ้นงานซ้ำ ๆ
ตัวอย่างเช่น พนักงานคลังสินค้าที่ต้องหยิบกล่องและเคลื่อนย้ายพาเลทตลอดวัน อาจต้องพิจารณาความทนต่อการเสียดสีมากกว่างานสำนักงานทั่วไป
หากต้องการดู PPE ที่ควรใช้ร่วมกันในคลังสินค้า อ่านต่อได้ที่:
PPE สำหรับพนักงานคลังสินค้า มีอะไรบ้าง? พร้อม Checklist เลือกใช้งาน
ตำแหน่งที่ 2: Blade Cut Resistance – การทนต่อการบาดแบบ Coup Test
ตัวเลขตำแหน่งที่สองเกี่ยวข้องกับ การทนต่อการบาดจากใบมีด ตามวิธี Coup Test
ระดับเดิมอยู่ที่
1 ถึง 5
แต่ในถุงมือบางรุ่น คุณอาจเห็นตัวอักษร
X
แทนตัวเลข
X ไม่ได้แปลว่า “ถุงมือไม่กันบาด”
แต่โดยทั่วไปหมายความว่า ไม่มีการรายงานระดับจากการทดสอบนั้น หรือวิธีดังกล่าวไม่เหมาะสำหรับใช้เป็นผลประเมินในกรณีนั้น จึงควรไปดูผล ISO 13997 ที่เป็นตัวอักษร A–F แทน
ตำแหน่งที่ 3: Tear Resistance – ความทนต่อการฉีกขาด
ตำแหน่งที่สามคือ Tear Resistance
ระดับอยู่ที่
1 ถึง 4
เป็นการประเมินแรงที่ต้องใช้ในการฉีกวัสดุของถุงมือ
เหมาะสำหรับนำมาพิจารณากับงานที่ถุงมืออาจถูกดึง เกี่ยว หรือเสียดสีกับชิ้นงานเป็นประจำ
อย่างไรก็ตาม ค่า Tear Resistance สูงไม่ได้หมายความว่าถุงมือจะกันของมีคมได้สูงเสมอไป เพราะ “การฉีก” และ “การบาด” เป็นคนละการทดสอบ
ตำแหน่งที่ 4: Puncture Resistance – ความทนต่อการเจาะทะลุ
ตำแหน่งที่สี่คือ Puncture Resistance
ระดับอยู่ที่
1 ถึง 4
ใช้ประเมินความสามารถในการต้านแรงเจาะตามวิธีทดสอบของมาตรฐาน
แต่มีข้อควรรู้สำคัญคือ
ค่า Puncture Resistance ใน EN 388 ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการรับรองการป้องกันเข็มฉีดยาหรือวัตถุปลายแหลมทุกประเภท
ดังนั้น หากเป็นงานที่มีความเสี่ยงเฉพาะ เช่น เข็มหรือของแหลมขนาดเล็ก ควรตรวจสอบมาตรฐานและผลทดสอบที่ตรงกับอันตรายนั้นโดยเฉพาะ
ตำแหน่งที่ 5: ISO 13997 Cut Resistance – ตัวอักษร A ถึง F
ส่วนนี้เป็นจุดที่ฝ่ายจัดซื้อและ จป. ควรให้ความสำคัญมาก โดยเฉพาะถ้าเลือกถุงมือสำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับของมีคม
ผลการทดสอบจะแสดงเป็น
A / B / C / D / E / F
โดยเรียงจากระดับแรงตัดต่ำไปสูง
| ระดับ | แรงตัดตาม ISO 13997 |
| A | ≥ 2 N |
| B | ≥ 5 N |
| C | ≥ 10 N |
| D | ≥ 15 N |
| E | ≥ 22 N |
| F | ≥ 30 N |
ยิ่งไปทาง F ยิ่งผ่านการทดสอบที่แรงสูงขึ้น
แต่ไม่ได้หมายความว่าโรงงานทุกแห่งควรซื้อระดับ F
ถ้างานเป็นเพียงการหยิบกล่องหรือประกอบชิ้นส่วนที่ไม่มีขอบคม การเลือกถุงมือระดับสูงเกินความจำเป็นอาจเพิ่มต้นทุน และบางรุ่นอาจลดความคล่องตัวในการทำงานโดยไม่จำเป็น
หลักที่ถูกต้องคือ
ประเมินความเสี่ยง เลือกระดับการป้องกัน เลือกถุงมือ
ไม่ใช่
เลือกระดับสูงที่สุดไว้ก่อน
ตำแหน่งที่ 6: Impact Protection – ตัวอักษร P
หากถุงมือได้รับการทดสอบด้านการป้องกันแรงกระแทกตามข้อกำหนดของ EN 388 และผ่านเกณฑ์ อาจพบตัวอักษร
P
อยู่ท้ายรหัส
เช่น
4X43FP
ตัว P จึงเกี่ยวข้องกับ Impact Protection
หากไม่มีตัว P ไม่ควรสรุปเองว่าถุงมือรุ่นนั้นผ่านการทดสอบ Impact Protection
แล้ว X บน EN 388 หมายถึงอะไร?
นี่เป็นอีกจุดที่คนเลือก PPE สับสนบ่อย
ตัวอย่าง
4X43F
หลายคนเห็น X แล้วคิดว่า คะแนนเป็นศูนย์
จริง ๆ แล้ว X ไม่เท่ากับ 0
X หมายถึงไม่สามารถระบุหรือไม่มีการรายงานระดับสมรรถนะของการทดสอบตำแหน่งนั้นตามเงื่อนไขของมาตรฐาน
ดังนั้นเวลาเปรียบเทียบถุงมือสองรุ่น อย่าตีความ X ว่าแย่กว่าระดับ 1 โดยอัตโนมัติ
ตัวอย่างอ่านค่าบนถุงมือเซฟตี้ EN 388 4X43F
สมมติพบถุงมือระบุ
EN 388: 4X43F
สามารถอ่านตามตำแหน่งได้ดังนี้
- 4 = Abrasion Resistance ระดับ 4
- X = ไม่มีระดับ Coup Test ที่ใช้เปรียบเทียบในตำแหน่งนี้
- 4 = Tear Resistance ระดับ 4
- 3 = Puncture Resistance ระดับ 3
- F = ISO 13997 Cut Resistance ระดับ F
เพียงเท่านี้ก็จะเห็นแล้วว่า การอ่านคำว่า “EN 388” อย่างเดียวไม่เพียงพอ
ต้องอ่าน รหัสด้านหลังด้วย
EN 388 ระดับไหนเหมาะกับงานอะไร?
ไม่ควรกำหนดจากชื่ออาชีพเพียงอย่างเดียว เพราะแม้จะอยู่โรงงานเดียวกัน พนักงานแต่ละแผนกก็อาจมีความเสี่ยงไม่เหมือนกัน
ตัวอย่างแนวคิดในการเลือก
| ลักษณะงาน | สิ่งที่ควรพิจารณา |
| ยกกล่อง/คลังสินค้า | Abrasion + Grip |
| งานประกอบทั่วไป | Abrasion + Dexterity |
| จับแผ่นโลหะ | Cut Resistance |
| จับชิ้นงานขอบคม | ISO 13997 Cut Level |
| งานที่มีการเกี่ยว/ดึง | Tear Resistance |
| งานเสี่ยงแรงกระแทกที่มือ | Impact Protection เพิ่มเติม |
สิ่งสำคัญคือ EN 388 เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเลือกถุงมือ
ยังต้องพิจารณาเรื่องความกระชับ การยึดเกาะ ความคล่องตัว วัสดุ สภาพแวดล้อม และอันตรายอื่นในหน้างานร่วมด้วย
EN 388 ใช้กับถุงมือเซฟตี้สารเคมีได้ไหม?
ต้องแยกให้ออกระหว่าง ความเสี่ยงเชิงกล กับ ความเสี่ยงจากสารเคมี
EN 388 เน้นเรื่อง Mechanical Risks
ถ้าต้องทำงานกับสารเคมี ควรตรวจสอบมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันสารเคมี เช่น EN ISO 374 และตรวจสอบ Chemical Resistance ของถุงมือกับสารที่ใช้จริง
ดังนั้น
ถุงมือ EN 388 คะแนนสูง ≠ ถุงมือกันสารเคมี
เช่นเดียวกับถุงมือกันสารเคมี ก็ไม่ได้หมายความว่าจะกันบาดได้ดีโดยอัตโนมัติ
จป. และฝ่ายจัดซื้อควรเช็กอะไร ก่อนสั่งถุงมือเข้าโรงงาน?
อย่าเริ่มจากคำถามว่า
“คู่ไหนถูกที่สุด?”
ให้เริ่มจากคำถามว่า
“พนักงานกำลังสัมผัสอันตรายอะไร?”
จากนั้นตรวจสอบอย่างน้อย 6 เรื่อง
- ลักษณะงานจริง
- ความเสี่ยงที่มือ
- ระดับ EN 388 ที่จำเป็น
- มาตรฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง
- ขนาดและความกระชับ
- เอกสารหรือข้อมูลจากผู้ผลิต
เพราะ PPE ที่ดีไม่ใช่อุปกรณ์ที่มีคะแนนสูงที่สุด แต่คือ อุปกรณ์ที่เหมาะกับความเสี่ยงจริงของผู้ใช้งาน
หากกำลังตรวจ PPE ทั้งโรงงาน สามารถใช้บทความนี้ประกอบได้:
Checklist PPE ตามกฎหมายที่โรงงานต้องมี ปี 2569
อย่าดูแค่ถุงมือ PPE ต้องเลือกให้เหมาะทั้งระบบ
การป้องกันมือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการจัดการความปลอดภัย
ตัวอย่างเช่น พนักงานคลังสินค้าอาจต้องใช้ทั้ง
- ถุงมือนิรภัย
- รองเท้าเซฟตี้
- เสื้อสะท้อนแสง
- หมวกนิรภัยในพื้นที่ที่กำหนด
- PPE อื่นตามผลการประเมินความเสี่ยง
สำหรับอันตรายบริเวณเท้า เช่น ของตกใส่เท้า ของมีคมแทงทะลุ หรือพื้นลื่น ควรเลือกรองเท้าเซฟตี้ที่ผ่านมาตรฐานและเหมาะกับหน้างานเช่นเดียวกัน
อ่านต่อ:
วิธีดูรองเท้าเซฟตี้ มอก. 523-2564 เช็กอย่างไรก่อนซื้อ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ EN 388
EN 388 เป็นมาตรฐานสำหรับถุงมือป้องกันความเสี่ยงเชิงกล โดยครอบคลุมการทดสอบด้านการเสียดสี การบาด การฉีกขาด และการเจาะทะลุ รวมถึงการทดสอบเพิ่มเติมด้านการบาดตาม ISO 13997 และการป้องกันแรงกระแทกในกรณีที่เกี่ยวข้อง
F เป็นระดับสูงสุดของการทดสอบการกันบาดตาม ISO 13997 ในระบบ A–F แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นถุงมือที่ดีที่สุดสำหรับทุกงาน ควรเลือกให้สัมพันธ์กับความเสี่ยงจริง
หมายถึง Abrasion ระดับ 4, Coup Test แสดง X, Tear ระดับ 4, Puncture ระดับ 3 และ ISO 13997 Cut Resistance ระดับ F
ไม่ใช่ X ไม่ได้หมายถึงคะแนนศูนย์ แต่หมายถึงไม่มีการระบุระดับสมรรถนะสำหรับการทดสอบตำแหน่งนั้นตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
EN 388 ไม่ใช่มาตรฐานหลักสำหรับการป้องกันสารเคมี หากทำงานกับสารเคมีควรตรวจสอบมาตรฐาน เช่น EN ISO 374 และข้อมูล Chemical Resistance ของผู้ผลิตเพิ่มเติม
สรุป
วิธีจำ EN 388 แบบง่ายที่สุดคือ
ตัวที่ 1 = เสียดสี
ตัวที่ 2 = บาดแบบ Coup
ตัวที่ 3 = ฉีกขาด
ตัวที่ 4 = เจาะทะลุ
ตัวที่ 5 = กันบาด ISO 13997 ระดับ A–F
ตัวที่ 6 = P เมื่อผ่านการทดสอบ Impact
แต่สิ่งสำคัญกว่าการจำรหัส คือการนำข้อมูลไปใช้ให้ถูกต้อง
อย่าเลือกถุงมือเพียงเพราะเห็นเลขสูง หรือเลือก Cut Level F ให้พนักงานทุกคนโดยไม่ประเมินความเสี่ยง เพราะ PPE ที่เหมาะสมควรเลือกจาก อันตรายจริงของหน้างาน + ระดับการป้องกันที่ต้องการ + ความเหมาะสมกับผู้ใช้งาน
ปัจจุบัน Safety JK ยังไม่มีจำหน่ายถุงมือนิรภัย บทความนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับ จป. ฝ่ายจัดซื้อ เจ้าของโรงงาน และผู้ปฏิบัติงานที่กำลังศึกษาการเลือก PPE ให้เหมาะกับงาน
สำหรับอุปกรณ์ป้องกันเท้า Safety JK มีรองเท้าเซฟตี้สำหรับโรงงาน คลังสินค้า งานช่าง และงานอุตสาหกรรมให้เลือกตามลักษณะการใช้งาน
ดูรองเท้าเซฟตี้ทั้งหมด
https://safetyjk.com/product-category/safety-shoes
รองเท้าเซฟตี้ มอก.
https://safetyjk.com/product-category/safety-tis
วิธีดูรองเท้าเซฟตี้ มอก. 523-2564
PPE สำหรับพนักงานคลังสินค้า
Checklist PPE สำหรับโรงงาน ปี 2569
ดูรายการสำหรับหน้างานเพิ่มเติมได้ที่ อุปกรณ์ PPE สำหรับโรงงาน

Safety JK ผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าเซฟตี้และอุปกรณ์ป้องกันในโรงงาน มีประสบการณ์ในการให้คำแนะนำลูกค้าองค์กร

