• จัดหา PPE ที่เหมาะสมให้ลูกจ้างฟรี ไม่หักเงินเดือน
• อบรมวิธีใช้ วิธีดูแล และความเสี่ยงหากไม่สวมใส่
• ตรวจสอบสภาพ PPE และติดตามการใช้งานจริงสม่ำเสมอ
• ดูแลอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน และแจ้งเมื่อชำรุด
หลายองค์กรลงทุนด้านความปลอดภัยจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าเซฟตี้ หมวกนิรภัย แว่นตานิรภัย หรืออุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) อื่น ๆ แต่ปัญหาที่ยังพบได้บ่อยคือ พนักงานบางส่วนไม่สวมใส่อุปกรณ์ที่บริษัทจัดเตรียมให้
คำถามสำคัญคือ
หากพนักงานไม่ใส่ PPE จะถือว่าผิดกฎหมายหรือไม่ และใครต้องรับผิดชอบเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น?
บทความนี้ Safety JK จะอธิบายบทบาทของนายจ้าง ลูกจ้าง และแนวทางที่องค์กรควรดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและกฎหมาย

PPE มีความสำคัญอย่างไร
PPE หรืออุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล เป็นด่านสุดท้ายในการป้องกันอันตรายจากการทำงาน
ตัวอย่าง PPE ที่พบได้บ่อย
- รองเท้าเซฟตี้
- หมวกนิรภัย
- แว่นตานิรภัย
- ถุงมือเซฟตี้
- หน้ากากป้องกันฝุ่น
- อุปกรณ์ป้องกันการได้ยิน
อ่านเพิ่มเติม
และ
Checklist PPE ตามกฎหมายที่โรงงานต้องมี ปี 2569
พนักงานไม่ใส่ PPE ผิดกฎหมายหรือไม่
คำตอบคือ
มีโอกาสถือเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในการทำงาน
เมื่อองค์กรได้ประเมินความเสี่ยง จัดหา PPE ที่เหมาะสม และมีการอบรมการใช้งานแล้ว พนักงานมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยที่องค์กรกำหนด
หากพนักงานจงใจไม่สวมใส่ PPE อาจส่งผลต่อ
- ความปลอดภัยของตนเอง
- ความปลอดภัยของเพื่อนร่วมงาน
- ความรับผิดชอบทางวินัยภายในองค์กร

หน้าที่ของนายจ้างเกี่ยวกับ PPE
หลายองค์กรเข้าใจผิดว่าเพียงซื้อ PPE มาแจกก็เพียงพอแล้ว
ในความเป็นจริง นายจ้างควรดำเนินการดังนี้
1. ประเมินความเสี่ยงของงาน
แต่ละพื้นที่มีความเสี่ยงต่างกัน
เช่น
- คลังสินค้า
- โรงงานเหล็ก
- งานเชื่อม
- โรงงานอาหาร
2. จัดหา PPE ที่เหมาะสม
เช่น
รองเท้าเซฟตี้สำหรับโรงงาน
รองเท้าเซฟตี้ จากแบรนด์ SAFETY JK
3. อบรมพนักงาน
อธิบาย
- วิธีใช้งาน
- วิธีดูแลรักษา
- ความเสี่ยงหากไม่สวมใส่
4. ตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
ต้องมีการตรวจสภาพ PPE และติดตามการใช้งานจริง
อ่านเพิ่มเติม
หน้าที่ของลูกจ้างเกี่ยวกับ PPE
ลูกจ้างมีหน้าที่
- ใช้ PPE ตามที่กำหนด
- ดูแลอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
- แจ้งเมื่ออุปกรณ์ชำรุด
- ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
หากไม่ปฏิบัติตาม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตนเอง
หากเกิดอุบัติเหตุ ใครต้องรับผิดชอบ
คำตอบขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
ตัวอย่าง
กรณีที่ 1
บริษัทไม่ได้จัด PPE ให้
ความรับผิดชอบส่วนใหญ่มักตกอยู่ที่นายจ้าง
กรณีที่ 2
บริษัทจัด PPE ให้ครบและมีหลักฐานการอบรม
แต่พนักงานจงใจไม่สวมใส่
อาจมีผลต่อการพิจารณาความรับผิดชอบของลูกจ้าง
ดังนั้นการมี
- นโยบาย PPE
- เอกสารการอบรม
- บันทึกการตรวจสอบ
จึงมีความสำคัญอย่างมาก

วิธีทำให้พนักงานสวม PPE อย่างต่อเนื่อง
สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย
ไม่ใช่แค่การบังคับ
แต่ทำให้ทุกคนเข้าใจเหตุผล
เลือก PPE ที่เหมาะกับงาน
PPE ที่หนักหรือไม่สบาย
มักเป็นสาเหตุที่ทำให้พนักงานไม่อยากสวมใส่
ตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ
หัวหน้างานควรมี Checklist ตรวจสอบประจำวัน
เลือกอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ
โดยเฉพาะรองเท้าเซฟตี้ที่พนักงานต้องใส่ตลอดวัน
ดูสินค้า รองเท้าเซฟตี้ มาตรฐาน มอก.523-2564
คำถามที่พบบ่อย
ขึ้นอยู่กับข้อบังคับการทำงานของแต่ละองค์กรและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่ประกาศใช้อย่างชัดเจน
ควรเปลี่ยนทันทีเมื่อไม่สามารถป้องกันอันตรายได้ตามมาตรฐาน
ไม่จำเป็นทุกงาน แต่จำเป็นสำหรับงานที่มีความเสี่ยงจากวัตถุตกหล่น การลื่น หรือการกระแทก
ควรตรวจตามรอบการใช้งานและความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่
สรุป
การจัดหา PPE เป็นหน้าที่สำคัญของนายจ้าง แต่การใช้งาน PPE อย่างถูกต้องเป็นหน้าที่ร่วมกันของทั้งองค์กรและพนักงาน
การมีอุปกรณ์ที่เหมาะสม การอบรม และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดอุบัติเหตุและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืนในองค์กร
บทความที่เกี่ยวข้อง
Checklist PPE ตามกฎหมายที่โรงงานต้องมี
ต้องการคำแนะนำในการเลือกรองเท้าเซฟตี้สำหรับพนักงาน?

ดูรายการสำหรับหน้างานเพิ่มเติมได้ที่ อุปกรณ์ PPE สำหรับโรงงาน
PPE ตามกฎหมาย โรงงานต้องมีอะไรบ้าง? นายจ้างต้องจัดหาให้ฟรี
ตามกฎหมายความปลอดภัยแรงงานของไทย (พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัยฯ พ.ศ. 2554 และประกาศกระทรวงแรงงานปี 2569) นายจ้างต้องจัดหา PPE ให้ลูกจ้างฟรีตามลักษณะความเสี่ยงของงาน ไม่สามารถหักเงินเดือนเพื่อค่า PPE ได้
PPE พื้นฐานที่โรงงานต้องมี
- รองเท้าเซฟตี้ มอก. 523-2564 — สำหรับงานที่มีวัตถุตกกระแทก พื้นลื่น สารเคมี (ดูรุ่นทั้งหมด)
- หมวกเซฟตี้ มอก. 368-2562 — สำหรับงานก่อสร้าง โรงงาน งานที่มีวัตถุตกจากที่สูง (ดูรุ่น)
- ถุงมือนิรภัย (EN 388) — สำหรับงานสัมผัสของมีคม สารเคมี ไฟฟ้า
- แว่นนิรภัย — สำหรับงานที่มีเศษวัสดุกระเด็น
- ที่อุดหู / ที่ครอบหู — สำหรับพื้นที่เสียงดังเกิน 85 dB
- เข็มขัดนิรภัย — สำหรับงานบนที่สูง
- หน้ากากกันฝุ่น/สารเคมี — ตามประเภทสารที่สัมผัส
บทลงโทษ ถ้านายจ้างไม่จัด PPE ให้ลูกจ้าง
ตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ มาตรา 63 นายจ้างที่ไม่จัดหาหรือให้ลูกจ้างใช้ PPE โทษปรับสูงสุด 400,000 บาท หรือหากเกิดอุบัติเหตุถึงชีวิต โทษปรับและจำคุกตามความรุนแรง
ต้องการPPE ครบชุดสำหรับพนักงานพร้อมใบเสนอราคาสำหรับองค์กร? ทัก LINE Safety JK หรือกรอกฟอร์ม

Safety JK ผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าเซฟตี้และอุปกรณ์ป้องกันในโรงงาน มีประสบการณ์ในการให้คำแนะนำลูกค้าองค์กร
อ่านต่อในหมวด PPE และอุปกรณ์เซฟตี้
ค้นหารองเท้าเซฟตี้และอุปกรณ์ PPE สำหรับโรงงานและองค์กร
เลือกหมวดที่ตรงกับหน้างานของคุณ พร้อมราคาส่งและใบเสนอราคาสำหรับบริษัท
✓ ตอบใน 15 นาที✓ ใบเสนอราคา✓ ใบกำกับภาษี✓ จัดส่งทั่วประเทศ
เขียนโดย: ทีมงาน Safety JK — ผู้จำหน่ายรองเท้าเซฟตี้และอุปกรณ์ PPE สำหรับโรงงานและองค์กรตั้งแต่ปี 2567 (2024)
อ้างอิงมาตรฐาน: มอก. 523-2564 (รองเท้านิรภัย), EN ISO 20345 (Personal Protective Equipment), EN 61340-5-1 (ESD)

